่ยวต้องสิ้นเปลืองสมองถึงจะได้รับคัดเลือกให้มาเป็นพระสหายร่วมศึกษา แต่นั่นเป็นเพราะการประชันขันแข่งและการแก่งแย่งชิงดีกันของบรรดาพี่สาวน้องสาวภายในตระกูลภายหน้าเมื่อถึงคราวที่ต้องวิวาห์ หากบอกว่าเคยเข้าวังเป็นพระสหายร่วมศึกษาขององค์หญิงใหญ่ก็จะมีหน้ามีตา
แต่นางไม่เคยอยากรั้งอยู่ในวังหลวง
ในสถานการณ์ที่มีเหล่าพระสนมมารวมตัวกันเช่นนี้ นางไม่อยากทำตัวโดดเด่นเช่นเดียวกับเจียงเสวี่ยหนิง อยากจะหลบลี้หนีหน้าไปให้ไกลแสนไกล ยอมเดินเล่นเตร่ไปทั่วกับเจียงเสวี่ยหนิงมากกว่า แต่จะไม่ยอมไปร่วมสนุกกับบรรดาพระสนมเหล่านั้นเด็ดขาด
ตอนนี้ผ่านไปได้ค่อนชั่วยามแล้ว ภายในสวนดอกเหมยมีแต่เสียงสรวลเสเฮฮา ปราศจากเหตุการณ์ใด ๆ ทั้งสิ้นเจียงเสวี่ยหนิงอดนึกไม่ได้ว่า หรือบางทีนางอาจจะคิดมากไปเอง
เรื่องแบบนี้ไหนเลยจะกระทำกันตอนกลางวันแสก ๆ นั่นมันไม่โจ่งแจ้งเกินไปหรือ
อย่างไรก็ตามขณะที่นางเพิ่งจะคิดเช่นนี้ พลันมีเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังมาเป็นทอด ๆจากทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของสวนดอกเหมยจากนั้นก็มีคนตะโกนว่า…
“หนู หนู!!!”
“พระสนมทรงไม่เป็นไรนะเพคะ?”“คุณหนูเหยา นี่มันเรื่องอะไรกัน เหตุใดถึงประมาทเลินเล่อเช่นนี้…”
…
เสียงกรีดร้องของเหล่านางกำนัลดังแจ่มชัดผู้คนทั้งใกล้และไกลภายในสวนดอกเหมยต่างได้ยินกันถ้วนทั่ว หันไปมองต้นเสียงด้วยความตื่นตระหนกทันที
เจียงเสวี่ยหนิงอดมองฟางเมี่ยวแวบหนึ่งไม่ได้
ทั้งสองคนตามฝูงชนอยู่ด้าน