ดวงตายังเบิกโพลง นอกจากกบฏปล้นคุกหลวงแล้ว ช่วงที่นางล้มปั่วยคล้ายว่าภายในวังจะเกิดเรื่องที่หากอยู่ในรัชสมัยอื่นอาจไม่นับว่าใหญ่โตมากนัก แต่เมื่ออยู่ในรัชสมัยนี้ โดยเฉพาะในช่วงที่เสิ่นหลางยังครองราชย์อยู่ย่อมถือเป็นเรื่องใหญ่ยิ่ง…
*****
เมื่อกลับถึงเรือนหยางจื่อ ทุกคนกำลังเตรียมตัวไปร่วมงานชมดอกเหมยและหิมะช่วงบ่าย
ครานี้เจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้ล้มปั่วย นางจึงไม่อาจใช้เป็นข้ออ้างไม่ไปได้อีกแล้ว
นางจึงทำได้เพียงจัดเตรียมชุดสีขาวพิสุทธิ์คลุมทับด้วยเสื้อคลุมกันลมสีฟั้าชมพู
เมื่ออยู่ท่ามกลางผู้คนที่ประชันความงามก็ถือว่าระดับกลาง ๆ ทั้งไม่โดดเด่นเกินไปจนสะดุดตาและไม่ดูซอมซ่อเกินไปจนขัดตา
สีหน้าของนางดูไม่ต่างจากที่เคยเป็น
อีกทั้งผู้อื่นอยู่ร่วมชายคาเดียวกับนางได้ไม่นานนัก ทำให้มองอะไรไม่ออก
แต่ไม่ว่าอย่างไรเจียงเสวี่ยฮุ่ยก็เป็นพี่สาวของนาง ต่อให้สองพี่น้องบาดหมางกัน แต่ยังถือว่าพอเข้าใจกันอยู่บ้าง ไม่ว่าจะดูเช่นไรนางก็รู้สึกว่าใบหน้าเจียงเสวี่ยหนิงปกคลุมด้วยเงาอันดำมืดระหว่างทางไปสวนดอกเหมย จึงแอบหันไปมองถึงสามหน หัวคิ้วขมวดเล็กน้อย แต่ถึงกระนั้นเมื่อนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างพวกนาง สุดท้ายเลยไม่ได้ไต่ถามอันใด
เจียงเสวี่ยหนิงกลับรู้สึกผ่อนคลาย
ภายในสวนปลูกดอกเหมยนานาพรรณขณะนี้ถึงช่วงที่กำลังบานสะพรั่งพอดี
หิมะเมื่อสองวันก่อนกองสุมใต้ต้นเหมยและยังละลายไม่หมด วันนี้ฟั้ากระจ่างใส หิมะขาวโพลนส่อง