าก แต่ยิ่งประพฤติเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้มีผู้สืบสกุลยากกว่าเดิมอีกไม่ใช่หรือ
โชคดีที่เขายังมีพระอนุชาเช่นเสิ่นเจี้ยซึ่งสนิทสนมกันพอสมควรมาตั้งแต่เด็ก ด้วยความที่เสิ่นเจี้ยคิดว่าพระเชษฐาสำคัญประดุจบิดา มิหนำซ้ำเขาเองยังว่านอนสอนง่าย ด้วยเหตุนี้ราชสำนักจึงมีข่าวลือมาโดยตลอดว่าในเมื่อฮ่องเต้ทรงไร้ทายาท เช่นนั้นก็จะทรงแต่งตั้งให้พระอนุชาขึ้นเป็นผู้สืบสันตติวงศ์เพื่ออุดปากผู้คนในแผ่นดิน
เจียงเสวี่ยหนิงจำพระสนมเหล่านี้ได้ไม่มากนัก
จากการไปมาหาสู่กันอันน้อยนิดในชาติที่แล้วของนาง อย่างมากก็รู้เพียงว่าผู้ที่นั่งถัดมาทางขวามือของฮองเฮาคือฉินกุ้ยเฟย[2]ผู้กำลังได้รับความโปรดปราน นางสวมเครื่องประดับศีรษะหรูหราและแสดงท่าทางเกียจคร้านออกมาหลายส่วนถัดจากนั้นยังมีซูเฟยและเสียนเฟยอีกสองคนส่วนผู้ที่ยศต่ำจากนั้นไม่รู้จักเลยสักราย
ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงเวินเจี๋ยอวี๋อะไรนั่นเมื่อมีคำเตือนล่วงหน้าของเจิ้งเปั่า นางจึงจดจำมาตลอดทาง ครั้นเดินตามทุกคนเข้าภายในงานก็อยู่รั้งท้ายด้วยท่าทางคล้ายเจตนาคล้ายไม่เจตนา เมื่อถวายพระพรเสร็จแล้วก็นั่งอยู่คนสุดท้ายเพื่อให้ห่างจากพระสนมเหล่านั้นสักหน่อย
เซียวซูมองนางด้วยสายตาคลุมเครือ
เจียงเสวี่ยหนิงกลับเหมือนไม่รู้ตัวเลยสักนิด
เหล่าพระสนมครั้นเห็นดรุณีน้อยซึ่งยังไม่ได้เข้าพิธีปักปินเหล่านี้ก็แสดงสีหน้าแววตาแปลกประหลาดแตกต่างกันออกไป กลับเป็นเจิ้งฮองเฮาซึ่งแต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่ค่อยได