พุ่ง สาบเสื้อบริเวณหน้าอกไม่ได้จัดการให้เรียบร้อย ดูไม่เป็นระเบียบอยู่บ้างกระทั่งว่ายังเผยให้เห็นแผงอกแข็งแกร่งซึ่งมีเหงื่อเกาะพราวจนทำให้คนเห็นแล้วหน้าแดงเสียด้วยซ้ำ
หงเจียนร่างอ่อนระทวย ใช้แขนยันกายมองแขกผู้มีพระคุณที่จ่ายเงินมือเติบเมื่อคืน ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงรวดร้าว “คุณชายไม่อยู่พักอีกสักหลายคืนหรือเจ้าคะ?”
ชายหนุ่มผู้นั้นหยิบเสื้อคลุมตัวนอกขึ้นมาสะบัด ดวงตาฉาบแววรักอิสรเสรีชอบทำตามอำเภอใจเขาปรายตากลับมามองนาง “อยู่เมืองหลวงมานานมากแล้ว หากนอนอยู่ที่เดิมเป็นเวลานานกลัวว่าจะมีปัญหามาเยือน”
หงเจียนฉงนสงสัย “หรือว่าท่านจะก่อคดีร้ายหรือฆ่าคนตายมา?”
ชายหนุ่มผู้นั้นยิ้ม ก่อนสวมเสื้อคลุมตัวนอกสีนิลลายสาดน้ำหมึกสีขาว ดูเป็นพวกรักเสรีอยู่เหมือนกัน “ไม่ใช่หรอก ทำไม อาลัยอาวรณ์ข้าหรือ?”
หงเจียนตัดพ้อเสียงออดอ้อน “ต่างพูดกันว่าหญิงคณิกาแล้งน้ำใจ ทว่าแท้จริงแล้วผู้แล้งน้ำใจมากที่สุดยังคงเป็นบุรุษเช่นพวกท่านที่หลับนอนกับผู้อื่นแล้วก็จากไปต่างหาก”
เขาใช้ปินงาช้างเกล้าผม จากนั้นจึงนั่งลงบนเตียงอีกครั้ง
ม่านมุ้งสีชมพูถูกเขาเลิกขึ้นมา พลิ้วไหวเริงระบำอย่างอ่อนนุ่ม
มีส่วนหนึ่งถูกสายลมพัดพาไปคลุมปรกบนใบหน้าของหงเจียน เขาโน้มกายจุมพิตริมฝีปากหอมกรุ่นสีแดงสดโดยมีมุ้งบางเบาขวางกั้น ก่อนหัวเราะด้วยท่าทางชั่วร้าย “หากมีคนมาหาข้าที่นี่เจ้าจงบอกว่าข้าไปดื่มสุรา ‘บ่มสิบปี’ ทางทิศตะวันออกของเมือง เข้าใ