เต็มที่ ทว่าก็ไม่อาจฝืนให้น้ำตาไหลย้อนกลับ ไม่ว่าอย่างไรก็เจ็บอยู่ดี
เซี่ยเวยชั่งน้ำหนักถุงผ้าอยู่ในมือ มีของร่วงลงมาหลายชิ้น แลปราดเดียวก็รู้ว่าคือเมล็ดสนที่ปอกเปลือกเรียบร้อย เขามองนางก่อนเอ่ยขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “ไปร่วมพิธีสวมกวานแล้วยังพกของพวกนี้ไปด้วยหรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงถลึงตาใส่เขา ไม่ปริปาก
เซี่ยเวยหันหน้ากลับไปวางถุงลงบนโต๊ะ แววตาสว่างวาบเล็กน้อย “คงเป็นสิ่งที่เยี่ยนหลินมอบให้เจ้าสินะ”
ครั้นเอ่ยถึงหนุ่มน้อยผู้นั้น เจียงเสวี่ยหนิงก็นิ่งเงียบ
เซี่ยเวยคล้ายไม่สบอารมณ์ เงียบอยู่พักหนึ่งถึงเอ่ยปากเรียกนาง “มานี่ เจ็บแค่นี้ก็ทนไม่ได้แล้วหรือ?”
บุรุษหน้าเหม็นอย่างท่านสมควรแล้วที่หาภรรยาไม่ได้!!!
เจียงเสวี่ยหนิงโมโหจะตายอยู่แล้ว
นางทั้งร้อนใจทั้งหงุดหงิด แต่เมื่อเห็นผ้าแพรชุ่มสุราในมือเซี่ยเวยก็อดรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้หลังจากนิ่งงันไปครู่หนึ่งถึงบอกว่า “ข้าทำเองได้เจ้าค่ะ”
อย่างน้อยตอนทำเองก็ไม่ได้ลงมือหนักถึงเพียงนั้น
เซี่ยเวยจ้องมองนางอยู่ชั่วขณะ ในที่สุดก็ยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นให้อยู่ดี
เจียงเสวี่ยหนิงรับมา แต่ผ่านไปครึ่งค่อนวันก็ยังไม่กล้าลงมือ
เซี่ยเวยกล่าวราบเรียบ “เจ้าคิดจะนอนค้างแรมที่จวนข้าหรือไร?”
เจียงเสวี่ยหนิงได้ยินแล้วใจหายวาบ รวบรวมความกล้าขึ้นมาทันใด คิดเสียว่ามือข้างนี้ไม่ใช่ของตน นำผ้าแพรชุบสุราโปะบาดแผลเบา ๆ ถึงอย่างไรเมื่อทำแผลด้วยตัวเองก็ยังเตรียมตัวเตรียมใจไว้บ