ทุกย่างก้าวแห่งนี้ เพื่อไปใช้ชีวิตอิสรเสรีที่ไม่เคยมีในชาติก่อน จะเซี่ยเวยก็ดี ตระกูลเซียวตระกูลเยี่ยนก็ดี วังหลวงก็ดี ล้วนเป็นสิ่งที่สมควรทิ้งไปจากสมองทั้งสิ้น
เจียงเสวี่ยหนิงจิตใจเลื่อนลอย
เซี่ยเวยจับได้ตั้งแต่ตอนทายาให้นางเสร็จแล้วเขาจึงเปล่งวาจาเรียบ ๆ เพื่อเรียกสติ “สัตว์เช่นแมวหรือสุนัขไม่รู้จักน้ำใจของมนุษย์ ต่อให้เลี้ยงดูอยู่ในบ้านคนก็ยากจะขจัดนิสัยดุร้ายปั่าเถื่อนที่มีตามธรรมชาติได้ วันหน้าอย่าอยู่ใกล้ให้มากนักเลย”
เจียงเสวี่ยหนิงช้อนดวงตามองเขา
หากใช้ความคิดเพียงนิดก็จะรู้ สาเหตุที่เซี่ยเวยเปลี่ยนท่าทีที่มีต่อนางคงเพราะแมวตรงระเบียงทางเดินก่อนหน้านี้กระมัง
นางนิ่งเงียบอยู่นาน คล้ายกำลังขบคิดอะไรบางอย่างสุดท้ายก็ยังพูดออกมา “เปั่าอิงเคยช่วยข้าเอาไว้ วันนั้นพอกลับไปนางก็มาหาข้าพอดี ดังนั้นจึงนำขนมแผ่นท้อที่เซียนเซิงมอบให้แบ่งให้นางไปครึ่งหนึ่งเจ้าค่ะ…”
เซี่ยเวยหันหลังให้เจียงเสวี่ยหนิง มือซึ่งกำลังเก็บขวดยากลับลงกล่องหยุดชะงัก “เข้าใจแล้ว”
น้ำเสียงเรียบเฉย จับอารมณ์ความรู้สึกไม่ออก
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกว่าสิ่งที่ตนควรพูดก็พูดออกมาหมดแล้ว ฉะนั้นจึงคลายแขนเสื้อที่ตนม้วนพับก่อนหน้านี้ลงมาอย่างแช่มช้า ลุกขึ้นกล่าวอำลา เพียงแต่ขณะกำลังจะจากไปก็นึกถึงหนทางภายในจวนอันยาวไกลไร้จุดสิ้นสุดที่นางไม่รู้ทิศทางขึ้นมาได้ จึงรั้งฝีเท้าอีกครา
คล้ายว่านางต้องรวบรวมความกล้าอย่างเพียงพอถึงจะหย