ือว่าเจ้าตัวดึงดันจะหาเรื่องจวนโหว
มิหนำซ้ำยังเห็นชัดว่ากลัวจะต้องรับผิดชอบกับความผิดของเรื่องนี้อีกด้วย
ช่างไม่ได้ความเสียจริง!
เสิ่นหลางใคร่ระเบิดอารมณ์ แต่ก็ฉุกคิดถึงไทเฮาขึ้นมา สุดท้ายจึงอดกลั้นไว้ เพียงเรียกหวังซินอี้มาด้วยใบหน้าเย็นชา “ตาเฒ่าฉู่ซีอี๋นั่นกำลังพักรักษาตัวอยู่ ไม่ต้องเรียกตัวเข้าวัง จงพาท่านลุงไปประทับตราที่สำนักราชเลขานุการเสีย โจรกบฏขุนนางถ่อยจวนหย่งอี้โหวไม่อาจละเว้นโดยง่าย ให้จับตัวเข้าคุกหลวงและดำเนินคดีตามกฎหมาย! ผู้ขัดขืนฆ่าไม่ละเว้น!”
เซียวหย่วนตอบรับเสียงดังกังวานทันที “พ่ะย่ะค่ะ!”
แม้เขาจะเห็นว่าเสิ่นหลางมีสีหน้าไม่สู้ดี แต่ก็นึกว่าอีกฝั่ายเดือดดาลเรื่องที่จวนหย่งอี้โหวขัดขืน ไม่ได้คิดเลยว่าสิ่งที่เสิ่นหลางไม่พอใจอย่างแท้จริงคือตัวเขาและตระกูลเซียวต่างหาก ทั้งยังไม่ได้ฉุกคิดด้วยว่าเจตนาที่แท้จริงของเซี่ยเวยอยู่ที่ใด ฉะนั้นจึงแสดงอาการคึกคักพอสมควร
หลังจากถวายบังคมแล้วเขาก็เดินทางไปเอาตราประทับพร้อมหวังซินอี้
หากว่าตามกฎหมายของต้าเฉียนก็ต้องให้ฉู่ซีอี๋อนุมัติก่อนถึงจะทำได้ แต่ตัวตราประทับที่ใช้งานเก็บไว้ในวังหลวงทั้งหมด ตรานี้จึงอยู่ภายในวังหลวงเช่นกัน
เรื่องอย่างการบังคับให้ลงตราประทับก่อนผู้อื่นก็หาได้มีนิสัยเช่นจางเจอไม่ แม้ใจรู้สึกว่าไม่ถูกต้องแต่ก็มิกล้าวิพากษ์โต้แย้ง
ยิ่งไปกว่านั้นฉู่ซีอี๋ยังไม่อยู่ด้วย
เซียวหย่วนเมื่อประทับตราลงบนพระราชโองการเสร็