จก็จากไป ส่วนเสิ่นหลางในตำหนักใหญ่กลับพลันคว่ำกระดานหมาก เขากัดฟันกรอดเอ่ยว่า “ตระกูลเซียวย่อมดีใจเรื่องที่เราลงมือกับจวนหย่งอี้โหวอยู่แล้ว แต่ทำเช่นนี้ก็เหมือนลอบระวังว่าเราจะใช้สิ่งนี้เป็นจุดอ่อนหาเรื่องลงมือกับพวกมันในวันหน้าเช่นกัน!”
ฮ่องเต้ย่อมไร้ซึ่งความผิดใด ๆ ถึงจะไม่ได้ลงตราประทับก็อาจกล่าวได้ว่าเป็นเพราะกริ้วจนขาดสติไปชั่วขณะ แต่หากเซียวหย่วนรู้ว่าสำนักราชเลขานุการไม่ได้ลงตราประทับแล้วยังจะทำตามรับสั่งในพระราชโองการดังเดิม กระทั่งว่ายังเข่นฆ่าสังหารจวนหย่งอี้โหวอีก เช่นนั้นเซียวหย่วนก็จะถูกคนวิพากษ์วิจารณ์ แล้วเรื่องนี้จะกลายเป็นจุดอ่อนในภายหลังขอเพียงเสิ่นหลางต้องการ เขาสามารถกำจัดตระกูลเซียวให้สิ้นซากได้ทันที!
สมณะหยวนจีนั่งอยู่ฝังตรงข้าม ครั้นเห็นกระดานหมากร่วงลงพื้นจนตัวหมากกระจัดกระจายก็มิได้ประหวั่นพรั่นพรึง เพียงประนมมือข้างเดียวอยู่กลางอกพลางหัวเราะ “หรือว่าฝั่าบาทไม่ได้มีพระราชประสงค์เช่นนี้จริง?”
เสิ่นหลางกลอกตามองเขา อารมณ์ค่อย ๆเย็นลง
เขาลุกขึ้น เดินย่ำเท้าไปหยุดยืนตรงประตูตำหนัก ทอดสายตามองประตูวังซึ่งทับซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ใต้ขั้นบันไดหยกขาว พร้อมกล่าวแค่นหัวเราะ “ก็จริง ไม่แปลกเลยที่เจ้าพวกนั้นจะหวาดระแวง เมื่อกำจัดจวนหย่งอี้โหวได้แล้วต่อไปก็จะถึงคราวตระกูลเซียว แผ่นดินนี้มีเพียงราชวงศ์เท่านั้น ไม่มีสองตระกูลใหญ่อะไรทั้งสิ้น!”
*****
เซ่นไหว้บรรพชน สวมกวาน ตั