อรับมาคลี่ออกเบา ๆ ด้วยนิ้วมือเรียวยาวซึ่งปรากฏข้อกระดูกให้เห็นชัดเจน “ท่านกั๋วกงโปรดระงับโทสะ การยึดทรัพย์ล้างตระกูลถือเป็นโทษอุกฉกรรจ์ หากว่ากันตามกฎหมาย ปกติแล้วไม่ว่าจะเป็นพระราชประสงค์ของฝั่าบาทหรือเป็นคำสั่งจากแต่ละหน่วยงานของทางการก็จะต้องมีตราประทับของสำนักราชเลขานุการถึงจะถ่ายทอดลงมาได้ เมื่อวานข้าน้อยได้ยินว่าท่านฉู่ซีอี๋เสนาบดีสำนักราชเลขานุการล้มปั่วย ในเมื่อข่าวเรื่องการก่อความวุ่นวายจากทงโจวเพิ่งจะมาถึงแค่หนึ่งชั่วยาม ดังนั้นกว่าใต้เท้าฉู่จะเดินทางเข้าวังหลวงก็ต้องใช้เวลาสักระยะ จากนั้นกว่าใต้เท้าจะนำพระราชโองการฉบับนี้มาประกาศยึดทรัพย์ก็ยังต้องเสียเวลาไปอีกเช่นกันเกรงว่าคงไม่มีทางใช้เวลาแค่หนึ่งชั่วยามแน่เช่นนั้นแล้ว…”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ สายตาเขาก็ไปจับอยู่บนพระราชโองการ
ชาติก่อนเขาได้ยินความลับนี้มาจากกู้ชุนฟางเป็นอย่างที่คิดเอาไว้จริงด้วย…เสิ่นหลางเป็นผู้เขียนพระราชโองการให้ตรวจค้นและยึดทรัพย์จวนหย่งอี้โหวจริง อย่างไรก็ตามตอนที่ถ่ายทอดพระราชโองการในสมัยนั้นประทับเพียงตราพระราชลัญจกรของฮ่องเต้ แต่ไม่มีตราประทับของสำนักราชเลขานุการ! ต่อมาพระราชโองการซึ่งปรากฏในเอกสารคดีจวนหย่งอี้โหวกลับมีตราประทับทั้งสองอย่างครบถ้วน ลือกันว่าหลังจากยึดทรัพย์และฆ่าล้างตระกูลโหวไปครึ่งหนึ่งแล้วถึงให้เสนาบดีสำนักราชเลขานุการซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งใหม่ลงตราประทับ
ส่วนใต้เท้าฉู่ซีอี๋ซึ่ง