“คิดหรือว่าข้าจะไม่รู้ ยังต้องให้เจ้ามาเตือนอีกหรือ?”
จากนั้นจึงยื่นพระราชโองการไปเบื้องหน้า“หย่งอี้โหว มารับพระราชโองการ!”
เยี่ยนมู่ก้าวออกมารับพระราชโองการ ครั้นเห็นจางเจอก็รู้สึกไม่คุ้นหน้า คิดว่าจวนโหวไม่น่าจะมีสหายเช่นเขาผู้นี้ ไม่รู้ว่าอีกฝั่ายมีเจตนาใดกันแน่
เซียวหย่วนคิดว่าดำเนินเรื่องมาจนถึงขั้นนี้คงเหมาะสมแล้ว เจ้าคนแซ่จางผู้นี้ไม่น่าจะจับผิดสิ่งใดได้อีก ดังนั้นจึงโบกมือสั่งการให้เข้าไปจับกุมคนอีกหน
ทว่าคราวนี้ยังไม่ทันได้เอ่ยวาจาหนังตาก็กระตุก!
เนื่องจากเขาเห็นเจ้าคนแซ่จางผู้นั้นเดินไปหาเยี่ยนมู่ แล้วยื่นมือซึ่งซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อก่อนหน้านี้ออกมา เหมือนต้องการขออนุญาตเยี่ยนมู่ดูพระราชโองการ แต่ถึงกระนั้นกลับหันหน้ามาทางตนพร้อมถามอีกประโยค “ขอบังอาจถามท่านกั๋วกงเมื่อครู่ท่านกล่าวว่าข่าวเรื่องค่ายใหญ่ ที่ทงโจวแข็งข้อเพิ่งจะมาถึงหนึ่งชั่วยามก่อน แล้วจากนั้นฝั่าบาทจึงมีพระราชโองการให้ตรวจค้นและยึดทรัพย์จวนโหวใช่หรือไม่ขอรับ?”
คนผู้นี้คิดจะทำอะไรกันแน่!
ยามนี้เซียวหย่วนอดกำด้ามกระบี่ประจำตัวที่อยู่ตรงเอวไม่ได้ ตอบกลับด้วยเสียงทุ้มต่ำและเย็นชา “ใช่”
จางเจอหันไปกล่าวกับเยี่ยนมู่ “ขอข้าดูพระราชโองการได้หรือไม่ขอรับ”
เซียวหย่วนเริ่มหงุดหงิดบ้างแล้ว “เป็นแค่ขุนนางเล็ก ๆ กลับอวดดี ต้องการสิ่งใดกันแน่!”
เยี่ยนมู่กลอกตาวนรอบหนึ่ง แต่มือกลับยื่นพระราชโองการให้อีกฝั่ายโดยไม่ลังเล
จางเจ