เมื่อสักครู่แม้แต่น้อย ประการแรก การทำให้กองทัพแข็งข้อถือเป็นเรื่องใหญ่ ประการที่สองการสมคบคิดกับกบฏผิงหนานอ๋องไม่อาจละเว้นมีคำสั่งให้ติ้งกั๋วกงเซียวหย่วนนำกองทหารรักษาพระองค์มาตรวจค้นและยึดทรัพย์จวนหย่งอี้โหวด้วยตนเอง ขอเพียงเป็นคนในจวนให้จับกุมเข้าคุกหลวงทั้งหมด
เมื่อสิ้นเสียงคำว่า “ให้ดำเนินการตามนี้”เซียวหย่วนก็ปิดพระราช-โองการในบัดดล กล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำออกมาว่า
“คราวนี้อ่านพระราชโองการเสร็จแล้ว พวกเจ้าคงเชื่อข้าได้แล้วสินะ? ต่อให้ข้าขวัญกล้าเทียมฟั้าสักเพียงใดก็มิบังอาจปลอมแปลงพระราชโองการได้ เด็ก ๆ …”
“ท่านกั๋วกง หย่งอี้โหวยังไม่ได้รับพระราชโองการเลยนะขอรับ”
จางเจอมองอยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นเขากำลังจะออกคำสั่งจับกุมคนก็หลุบตา พูดเสริมเสียงเรียบอีกประโยค“…”
“…”
“…”
คราวนี้อย่าว่าแต่ติ้งกั๋วกงเซียวหย่วนซึ่งรับหน้าที่มาถ่ายทอดพระราชโองการเลย แม้แต่หย่งอี้โหวเยี่ยนมู่ซึ่งยอมรับชะตากรรมแล้วว่าต้องเผชิญหน้ากับภัยพิบัติใหญ่หลวงก็ยังอดตะลึงงันอยู่บ้างไม่ได้ ไม่เข้าใจว่าใต้เท้าแซ่จางผู้นี้คิดจะทำสิ่งใดกันแน่
ส่วนเซี่ยเวยครั้นได้ยินนาม ‘จางเจอ’ สองคำนี้กลับเลิกคิ้วทีหนึ่งพิธีจบลงแล้ว เยี่ยนหลินยืนขึ้นคารวะเซี่ยเวยอีกครา ก่อนจะหันศีรษะกลับไป
เซี่ยเวยมองใบหน้าจางเจอด้วยสายตาสงบนิ่งไม่เปล่งวาจา
เซียวหย่วนเกือบสำลักตายเพราะประโยคนี้ใบหน้าบัดเดี๋ยวแดงก่ำบัดเดี๋ยวคล้ำเขียว กัดฟันกรอดเอ่ยว่า