าชโองการก็มาจากวังหลวงจริง ๆ หรือเขายังจะบังอาจปลอมแปลงอีก
ประกายสังหารพลันฉายวาบในดวงตา
เขามองไปทางต้นเสียง พบว่าเป็นชายหนุ่มรูปร่างผอมสูงซึ่งยืนอยู่ท้ายฝูงชน อีกฝั่ายสวมชุดสีน้ำเงินเข้ม มิได้สวมชุดเต็มยศอย่างเป็นทางการทำให้ไม่รู้ว่าเป็นขุนนางขั้นไหน เดาได้เพียงว่าดำรงตำแหน่งไม่สูงมากนัก เมื่อมองดวงหน้าเฉยชาอีกคราก็รู้สึกว่าไม่คุ้นตาอย่างยิ่ง เซียวหย่วนจึงเอ่ยถามอย่างเย็นชา “เจ้าเป็นใคร?”
มือทั้งสองข้างของคนผู้นั้นซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อหลวมกว้างซึ่งทับซ้อนกันหลายชั้นและห้อยตกลงมา บุคลิกท่วงทีเรียบเฉยปราศจากความตื่นตระหนก เพียงตอบกลับว่า “ข้าน้อยหัวหน้าหน่วยย่อยประจำกรมอาญา จางเจอขอรับ”
จางเจอเมื่อเอ่ยนามนี้ขึ้นมาก็ทำให้เซียวหย่วนจดจำได้ นึกออกว่าคืออดีตหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายในกรมอาญาที่จัดการยากและเคยก่อกระแสวิพากษ์ในราชสำนักผู้นั้นนั่นเอง! ทำเอาหนังตากระตุกทันควัน
พระราชโองการอยู่ในมือเซียวหย่วน
ขณะนี้ทุกคนกำลังมองอยู่ ต่อให้เขารู้สึกเสียหน้า แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธการอ่านพระราชโองการอย่างโจ่งแจ้ง!
อย่างมากเขาก็แค่ต้องอ่านพระราชโองการเท่านั้นเอง
เซียวหย่วนในตอนนี้ยังไม่ได้ขบคิดอะไรมากนัก เขาหัวเราะเสียงเย็นแล้วเอ่ยคำว่า “ขอบใจ”ที่จางเจอเตือนสติ จากนั้นจึงคลี่พระราชโองการพร้อมเปล่งเสียงอ่าน “ด้วยโองการแห่งฟั้าฮ่องเต้มีพระราชกระแส” หลักใหญ่ใจความไม่ต่างจากสิ่งที่เขาพูดขณะกำลังเดินเข้ามาในจวน