ว่า ตอนนี้นางกับเขาไม่ได้สนิทสนมกัน อีกทั้งจางเจอก็เป็นคนพูดน้อยมากทั้งยามอยู่ต่อหน้าและลับหลังผู้อื่นจริง ๆเพราะฉะนั้นจึงจุดรอยยิ้มใหม่อย่างรวดเร็ว ตอบเฉินอิ๋งว่า “เซี่ยเซียนเซิงไปเยี่ยมท่านโหว เมื่อครู่เดินไปที่โถงส่วนหน้าแล้วเจ้าค่ะ”
เฉินอิ๋งจึงร้อง “อ้อ” คำหนึ่ง แม้เขาจะเป็นถึงขุนนางขั้นสามของราชสำนัก มีตำแหน่งทางราชการขั้นเดียวกับบิดาเจียงเสวี่ยหนิง ทว่ากลับมีท่าทีอ่อนโยนสนิทสนมกับเจียงเสวี่ยหนิงยิ่งนัก“ขอบพระคุณที่คุณหนูรองเจียงแจ้งให้ทราบ ข้ากำลังคิดอยู่เลยว่าหาเซี่ยเซียนเซิงไม่เจอ อีกสักครู่ตั้งใจจะไปพบเขาพร้อมใต้เท้าจาง”
เฉินอิ๋งสนิทสนมกับเซี่ยเวยมากเลยหรือ
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกสงสัย ก่อนจะมองจางเจออีกครา อย่างไรก็ตามเจ้าคนหน้าตายผู้นี้กลับหันหน้าไปมองปลาในน้ำและระลอกคลื่นซึ่งเกิดจากสายลมเสียแล้ว นางอึดอัดคับข้องใจพิกล ดังนั้นจึงพูดขึ้นมาว่า “เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน ใต้เท้าทั้งสองท่าน ขอลานะเจ้าคะ”
แม้นางจะเดินจากไปไกลแล้ว แต่จางเจอก็ยังอดทนไม่หันกลับไปมองอยู่ดี
เฉินอิ๋งจับจ้องเงาร่างนางจนลับตาถึงค่อยถอนสายตากลับคืน อารมณ์นึกสนุกวับวาบภายในดวงตา หันหน้ามากระเซ้าจางเจอ “ไฉนข้าจึงเห็นดรุณีน้อยผู้นี้มองท่านตั้งหลายครั้งกันนี่ตัวท่านเองก็เป็นคนช่วยให้นางพ้นคราวเคราะห์ที่ตำหนักฉือหนิงวันนั้น และถือว่าได้ ‘ช่วยหญิงงาม’ เช่นกัน เหมือนว่านางจะให้ความสนใจท่านอยู่บ้างกระมัง?”
จางเจอหลุ