นไดซึ่งทำจากแผ่นศิลาชิงสือดัง ‘เคร้ง’
เหล่าผู้ชมที่มุงดูพลันสูดลมหายใจหนาวเหน็บเฮือกหนึ่งส่วนใบหน้าของเซียวเยี่ยนั้นก็ยิ่งบัดเดี๋ยวแดงก่ำบัดเดี๋ยวคล้ำเขียว
ไม่ไว้หน้าข้าเลยสักนิด!
เยี่ยนหลินติดตามบิดาฝึกปรือวิชาด้วยความพากเพียรมาตั้งแต่เล็ก แม้จะเป็นบุตรหลานตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงเช่นกัน แต่กลับไปอยู่ที่ค่ายทหารใหญ่อย่างทงโจวและเฟิงไถทั้งสองแห่งซ้ำยังต่อสู้กับสุดยอดฝีมือในเหล่าทหารหาญได้อย่างสูสี ไม่ว่าจะเป็นการฝึกยุทธ์หรือเรียนกระบี่ล้วนเน้นการใช้งานจริงและตรงไปตรงมา!
หากไม่อาจเอาชนะศัตรูในสนามรบ ผู้ที่ตายก็มีแค่ตนเองเท่านั้นและนี่จึงทำให้ท่ากระบี่ของเขาดูแล้วเย็นชาและโหดเหี้ยมเป็นพิเศษ กระทั่งว่ายังแฝงความน่าเกรงขามชวนอกสั่นขวัญแขวนอยู่หลายส่วนอีกด้วย!
หลังจากปัดกระบี่ของเซียวเยี่ยจนร่วง เขาก็พลิกข้อมือ ใช้สองมือกุมด้ามกระบี่ ถือกระบี่กลับด้านด้วยสีหน้ามิได้แตกต่างจากคราแรกปราศจากความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงยืนลำตัวเหยียดตรง ประสานมือคารวะให้อีกฝั่ายเท่านั้น “ออมมือให้แล้ว”
เซียวเยี่ยชาง่ามนิ้วมือ พูดเสียงลอดไรฟัน“เจ้า!”
แววตาเยี่ยนหลินฉาบความเย็นชาเล็กน้อยในที่สุดก็เผยความเย็นเยียบที่ข่มเอาไว้ก่อนหน้านี้ออกมาทั้งหมด กระทั่งว่ายังกอปรด้วยความคมปลาบที่บุตรหลานตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงไม่มีอีกด้วย “ว่าอย่างไร?”
เซียวเยี่ยมองเขาอยู่นาน ก่อนจะถอยหลังก้าวหนึ่ง เปล่งเสียงหัวเราะเย้ยหยั