ร่วมศึกษาคนอื่น ๆ ทางด้านหลังกับเด็กหนุ่มชุดหรูหราอีกคนก็รั้งฝีเท้าเช่นกัน
เสิ่นจื่ออีเพิ่งชูจอกสุราด้วยต้องการจะเรียกให้เหยียนผิงอ๋องดื่ม ครั้นเงยศีรษะขึ้นมาเห็นว่ามีคนอยู่ที่ระเบียงทางเดินก็ตะลึงงันเป็นอันดับแรกก่อนจะหัวเราะร่า “อาซู พวกเจ้ามากันแล้วหรือเอ๊ะ นั่นเซียวเยี่ยไม่ใช่หรือไร? มากับเขาด้วยหรือนี่”
เด็กหนุ่มซึ่งยืนอยู่ด้านหลังเซียวซูเชิดหน้าสูงขึ้นเล็กน้อย
ครั้นเห็นเสิ่นจื่ออีเรียกชื่อเขาโดยตรงก็เม้มริมฝีปากแน่นกว่าเดิมหลายส่วน แต่ติดตรงที่อีกฝั่ายมีสถานะสูงส่งเป็นถึงองค์หญิง ไม่อาจแสดงอาการไม่พอใจ จึงทำได้แค่ฝืนยิ้ม “เซียวเยี่ยถวายพระพรองค์หญิงใหญ่พ่ะย่ะค่ะ”
เซียวเยี่ย
เจียงเสวี่ยหนิงได้ยินชื่อนี้แล้วก็หันศีรษะไปมอง
เด็กหนุ่มผู้นั้นอายุราวสิบแปดสิบเก้า หน้าตาละม้ายเซียวซูยิ่งนัก ชุดที่สวมบนร่างคือผ้าแพรลายเมฆสีฟั้าครามราคาแพง ส่วนบริเวณเอวห้อยหยกประดับเอวและถุงเครื่องหอมจำนวนมากทั้งยังพกกระบี่ยาวซึ่งบนฝักฝังอัญมณีมีค่าเต็มไปหมด ถึงแม้จะกล่าวทักทาย แต่กลับไม่ได้ชายตามองผู้อื่นสักแวบ สีหน้ากอปรด้วยความหยิ่งผยองหลายส่วน
นี่คือบุตรภรรยาเอกสายตรงเพียงหนึ่งเดียวคนปัจจุบันของตระกูลเซียว
เขาถือกำเนิดจากภรรยาเอกคนที่สองของติ้งกั๋วกง เป็นน้องชายร่วมมารดากับเซียวซู ว่ากันว่าสมัยนั้นคือครรภ์แฝดชายหญิง ทำให้เกิดเสียงทอดถอนชมเชยไปทั่วทั้งเมืองหลวง หากปราศจากเหตุไม่คาดฝันอันใด อีกไม่นา