นจะได้รับการแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ให้เป็นติ้งกั๋วกงซื่อจื่อ รับสืบทอดตระกูลเซียวอันยิ่งใหญ่มีสถานะสูงศักดิ์ถึงเพียงนี้ ไม่แปลกที่จะเย่อหยิ่งไว้ตัวอยู่บ้าง
เพียงแต่…
เซียวติ้งเฟยจะปรากฏตัวในอีกสองปีต่อจากนี้ถึงตอนนั้นหากเขายังทะนงตัวได้และยังหัวเราะออก นั่นต่างหากถึงจะเรียกว่ามีความสามารถโดยแท้
เจียงเสวี่ยหนิงถอนสายตากลับมา
เสิ่นจื่ออีกวักมือเรียก “พวกเรากำลังเล่นสิงจิ่วลิ่งดื่มสุรากันอยู่ พวกเจ้าก็มาเล่นด้วยสิ”เซียวซูค้อมกายคารวะ “น้อมรับบัญชาเพคะ”
เยี่ยนหลินมองอย่างนิ่งเฉย ทั้งไม่ส่งเสียงและไม่คัดค้าน
เซียวเยี่ยเดินเข้ามาแล้วนั่งลงด้วยท่าทีไม่ยี่หระ กวาดตามองรอบโต๊ะคราหนึ่งและเบะปากเบา ๆ “ดื่มสุราอะไรกันอยู่?”
เหยียนผิงอ๋องตอบซื่อ ๆ “สุราดอกซิ่งที่หมักมานานหลายปี”
เซียวเยี่ยส่ายศีรษะ “รสชาติดีตรงไหนกัน”ทุกคนพากันมองเขา
วันนี้เขาพกพัดจีบลงลายน้ำทองมาด้วยเล่มหนึ่ง เขาเคาะมันกับโต๊ะแล้วพูดว่า “หากรู้ตั้งแต่แรกว่าจะมาเร็วกันเช่นนี้ และจะร่ำสุรากันที่นี่ข้าจะนำไหสุราจื่อจิน[2]ของที่บ้านมาให้พวกเจ้าเป็นสุราที่กลุ่มคนจากเจียงหนานนำมามอบให้ถือเป็นสุราอันดับหนึ่งเชียวละ”
เยี่ยนหลินหัวเราะ ไม่ได้กล่าวอันใด
เซียวซูย่นหัวคิ้ว มองเซียวเยี่ยแวบหนึ่ง
เซียวเยี่ยลูบจมูก คล้ายรู้สึกอะไรขึ้นมาได้ทว่ายังคงแสดงความไม่ยี่หระผ่านสายตาอยู่บ้างชูจอกสุราตรงหน้าตนขึ้นมาและเอ่ยว่า “แน่นอนว่าสุราดอกซิ่งก็ไม่เลว