ยถือสั่นจนกระเด็นไปด้านหลัง เกือบหลุดลอยออกจากมืออีกฝั่าย!
เซียวเยี่ยไม่ทันตั้งตัว ตกใจอย่างยิ่งยวด
เยี่ยนหลินถือกระบี่ยาว ปลายกระบี่ชี้เฉียงลงพื้น กระบี่ยาวที่เจียงเสวี่ยหนิงใช้สองมือประคองยังรู้สึกกินแรง ถูกเขาถือโดยไม่ได้รู้สึกหนักแต่อย่างใด ทั้งยังกล่าวปนหัวเราะอย่างเป็นธรรมชาติ “ ‘ชี้แนะ’ ย่อมมิกล้า ในเมื่อคุณชายเซียวมีใจคิดจะทดสอบกระบี่ จะประลองกันสักหน่อยคงไม่เป็นไร”
เซียวเยี่ยพลันใบหน้าถมึงทึง
เขาถือว่าตนฝึกกระบี่จากอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงฉะนั้นจึงไม่เห็นผู้ที่ฝึกกระบี่กับชายฉกรรจ์ผู้หยาบกระด้างเช่นเยี่ยนหลินอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย ครั้นเห็นว่าองค์หญิงใหญ่เล่อหยางรวมถึงบุตรหลานตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงล้วนอยู่ด้วยจึงคิดจะแสดงฝีมือให้ทุกคนเห็นเป็นที่ประจักษ์ตะโกนเสียงดังโดยไม่ต้องคิด “ได้! รับกระบี่!”
คำพูดเพิ่งจะจบ คนก็บุกเข้ามาพร้อมกระบี่แล้ว
ทุกคนต่างคิดไม่ถึงว่าพวกเขาบอกจะประลองก็ประลองเลย ตกใจจนสะดุ้งโหยง
เจียงเสวี่ยหนิงผุดลุกจากที่นั่งเช่นกัน
กลับเป็นเสิ่นจื่ออีเสียอีกที่คึกคักอักโข “อ๊ะคราวนี้สนุกแล้วสิ!”
เยี่ยนหลินไม่ขยับเท้า เพียงหลุบตาเบี่ยงกายก็เลี่ยงกระบี่นี้ได้พ้น
กระบี่ยาวเฉียดผ่านหัวไหล่เขาไป
เซียวเยี่ยหัวคิ้วขมวดมุ่นคิดจะชักกระบี่กลับแต่กระบี่ยาวในมือเยี่ยนหลินหมุนขวับในบัดดลกระบี่อันหนักอึ้งเล่มนั้นกรีดเป็นวงโค้งฟาดลงบนตัวกระบี่ของเซียวเยี่ย เกิดสะเก็ดไฟสาดกระจายทั่