วกเราสักหน่อยสิ?”เยี่ยนหลินหัวเราะพลางมองเขา “พระองค์ทรงดำริจะทำสิ่งใด?”
เหยียนผิงอ๋องอายุอานามยังไม่มาก เขาเหลียวซ้ายแลขวาคล้ายกลัวจะถูกพบเห็นอย่างไรอย่างนั้น ก่อนจะกะพริบตาเอ่ยว่า “มีสุราหรือไม่?”
ครั้นทุกคนได้ยินก็หัวเราะโดยพร้อมเพรียง
ถึงจะเป็นข้อเสนอของคนเช่นเหยียนผิงอ๋องแต่น้อยครั้งนักที่ทุกคนจะมารวมตัวกันเช่นนี้ได้จริง ๆ แม้แต่เสิ่นจื่ออีเองยังเห็นด้วย
เยี่ยนหลินจึงหมดหนทาง ทำได้เพียงบอกให้ชิงเฟิงกับบ่าวไพร่ไปนำสุราจำนวนหนึ่งมาตั้งใต้ต้นอิงเถา แล้วนั่งตั้งวงดื่มสุราอย่างสรวลเสเฮฮา
*****
พ่อบ้านรั้งฝีเท้าอยู่หน้าเรือนเฉิงชิ่ง เพียงเคาะประตูเบา ๆ พร้อมแจ้งว่า “ท่านโหว รองราชครูเซี่ยมาถึงแล้วขอรับ”
มีเสียงไอดังมาจากข้างใน ฟังแล้วคล้ายกำลังรีบร้อนขยับลุกขึ้นนั่งอยู่บ้าง กระแสเสียงอันสูงวัยแฝงด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ผู้อื่นไม่อาจจะคาดเดาได้บางประการ “รีบเชิญเข้ามาเร็ว”
พ่อบ้านถึงผลักประตูเข้าไป
เซี่ยเวยยืนนิ่งหน้าประตูครู่หนึ่ง จากนั้นถึงก้าวเข้าไป
แสงอาทิตย์ยามเหมันต์ไม่ได้จัดจ้าเท่ายามคิมหันต์ มิหนำซ้ำบานหน้าต่างภายในห้องก็ปิดเกินกว่าครึ่ง ทั้งยังไม่ได้จุดตะเกียง ทำให้ทั้งห้องมืดมิดอยู่บ้าง
กลิ่นยาขมฝาดลอยเจือจางในอากาศ
บนเตียงซึ่งมีมุ้งเกี่ยวด้วยตะขอทองคำภายในระยะเวลาสั้น ๆ แค่ไม่กี่วันนี้ หย่งอี้โหวเยี่ยนมู่ดูแก่ชราลงไปมาก จอนผมทั้งสองข้างมีสีขาวหิมะเพิ่มมาไม่น้อย แต่ถึงกระนั้