นแววตาทั้งคู่กลับคมปลาบประดุจสายฟั้า จับอยู่บนร่างของผู้ที่กำลังเดินเข้ามาจากภายนอกทันที
บุคลิกดั่งขุนเขาสูงตระหง่านและห้วงมหรรณพกว้างใหญ่ไพศาล นอกเหนือจากความสุขุมเยือกเย็นแล้วยังมีความหนักแน่นอยู่ด้วยหลายส่วน
กิริยาท่าทางสง่างาม ประหนึ่งนักปราชญ์และผู้เร้นกายจากทางโลกหลอมรวมในร่างเดียว
คิ้วยาวกอปรด้วยความเฉยชา นัยน์ตาเปียมความสุขุมลุ่มลึก
เยี่ยนมู่เพ่งพิศองคาพยพบนใบหน้าเขา คล้ายอยากมองให้เห็นเงาอันคุ้นเคยจากใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยนี้ เพียงแต่ไม่ว่าจะทำเช่นไรก็ไม่อาจพลิกฟืนความทรงจำของตนเองขึ้นมาได้ เนื่องจากกาลเวลาผันผ่านไปถึงยี่สิบปีแล้ว
ต่อให้ใบหน้าในสมัยนั้นจะชัดเจนมากสักเพียงใด ถึงอย่างไรก็ต้องถูกกาลเวลากลืนกินอยู่ดี
ยิ่งไปกว่านั้นนั่นก็เป็นเพียงเด็กน้อยอายุแค่หกเจ็ดขวบ หากต้องการมองเห็นใบหน้าในกาลก่อนจากชายหนุ่มซึ่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ไปแล้วสักคนก็ออกจะเป็นเรื่องเพ้อฝันอยู่บ้าง ใช่ว่าใคร ๆพอเติบใหญ่แล้วจะมีรูปร่างหน้าตาเฉกเช่นวัยเด็กเสียหน่อยเพียงแต่หากใจคิดว่าคล้ายไปแล้ว ไม่ว่าจะมองเช่นไรมันก็คล้ายเท่านั้นเอง
เยี่ยนมู่ไออีกสองที แล้วโบกมือเบา ๆ “เชิญรองราชครูเซี่ยนั่ง คนแซ่เยี่ยนไม่สบาย หลายวันนี้ออกไปข้างนอกไม่ได้ ทำให้ดูแลเซียนเซิงไม่ทั่วถึง โปรดให้อภัยด้วย เซียนเซิงยอมมาเช่นนี้ถือเป็นเกียรติของจวนยิ่งแล้ว”
เซี่ยเวยนั่งลงบนเก้าอี้กลมทางด้านข้างอย่างเงียบงัน
เยี่ยนมู่เอ่ย “เจ้า