เป็นกล่องที่แสนจะธรรมดาอย่างน่าประหลาด
ด้านนอกทาสีดำ มีเพียงบริเวณห่วงกุญแจซึ่งตีเป็นรูปทรงกระบี่คมปลาบ
จะดีจะชั่วเยี่ยนหลินก็ถือกำเนิดในตระกูลนักรบ เพียงมองห่วงกุญแจก็รู้แล้วว่าเป็นกล่องบรรจุกระบี่ เขาหัวเราะออกมา ทว่าไม่ได้เอื้อมมือไปเปิดกล่องทันที กลับจงใจถามนางว่า “หนักหรือไม่?”
กระบี่ยาวตีจากเหล็กอุกกาบาตผสมเหล็กบริสุทธิ์จะไม่หนักได้หรือดรุณีน้อยผู้มีแขนขาบอบบางเช่นเจียงเสวี่ยหนิง เมื่อถูกเสิ่นจื่ออีลากตัววิ่งเข้ามาพร้อมกับกล่องกระบี่ ก็ทำให้เครื่องประดับศีรษะเอียงเล็กน้อย อีกทั้งยังมีเหงื่อเม็ดละเอียดซึมหน้าผากด้วย ยามนี้นางรู้สึกปวดมือแล้วจริง ๆ
ครั้นเห็นเยี่ยนหลินพูดกระเซ้ายิ้ม ๆ นางก็โมโหจนเลิกคิ้ว ตอบกลับทันควัน “เจ้ารู้ว่าหนักแล้วยังไม่รับไปอีก?”
ทั้งตลกร้ายที่เกิดโดยไม่ได้คาดหมายของเยี่ยนหลิน ทั้งคำบ่นที่นางหลุดโพล่ง ทุกสิ่งล้วนแสดงถึงความสนิทสนมราวกับกำลังหยอกล้อกัน
แม้จะไม่ได้แตะเนื้อต้องตัว แต่ความสนิทสนมคุ้นเคยกลับเผยให้เห็นในยามนี้
ต่างกับตอนที่เยี่ยนหลินแสดงออกว่าขอเป็นฝั่ายตัดความสัมพันธ์กับเจียงเสวี่ยหนิงขณะบังเอิญพบกันในวังหลวงโดยสิ้นเชิง
ทว่าทุกคนโดยรอบตอนนี้กลับไม่มีผู้ใดแสดงอาการประหลาดใจ
หรือต่อให้มีก็แค่ส่วนน้อย เพราะหากตรองดูให้ดีก็จะแจ่มแจ้ง ผู้ที่มาเข้าร่วมพิธีสวมกวานของเยี่ยนหลินที่จวนโหวด้วยตนเองได้ในยามสถานการณ์ไม่สงบเช่นนี้ล้วนเป็นสหายที่สนิทสนมกับเ