ขา เพราะฉะนั้นต่อให้ทั้งคู่แสดงออกให้พวกเขารู้เห็นก็ย่อมไม่ส่งผลกระทบใด ๆ
ครั้นเห็นสองมือซึ่งกำลังประคองกล่องกระบี่ของเจียงเสวี่ยหนิงเริ่มสั่นระริกหน่อย ๆมิหนำซ้ำดวงตาอันงดงามกระจ่างใสยังแทบจะถลึงจ้อง เยี่ยนหลินก็มิอาจสะกดกลั้นเสียงหัวเราะที่เล็ดลอดจากมุมปากได้ ก่อนจะรับกล่องกระบี่มาด้วยตนเอง
เมื่อบิดห่วงกุญแจ กล่องก็เปิด
กระบี่ยาวสามฉื่อนอนนิ่งในกล่อง แสงตะวันจากมุมหนึ่งส่องกระทบ เมื่อเคลื่อนมือเพียงเล็กน้อย ประกายแสงอันเยียบเย็นก็สว่างวาบเจิดจ้าท่ามกลางสายตาของทุกคน
รอบด้านพลันบังเกิดเสียงทอดถอนใจด้วยความชื่นชม
เยี่ยนหลินมองคมกระบี่อันเย็นเยือก แล้วเงียบงันไปเล็กน้อย
ลูกกระเดือกเขาขยับเบา ๆ จากนั้นถึงมองเจียงเสวี่ยหนิงที่อยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางหนักอึ้ง“ไม่มีฝักกระบี่หรือ?”
ดวงตาของหนุ่มน้อยดำขลับประดุจแต่งแต้มหมึก ชั่วพริบตานั้นคล้ายมีคราบเปียกชื้นอะไรบางอย่างพาดผ่าน แต่เมื่อกะพริบตาเล็ก ๆ ทีหนึ่ง ทุกสิ่งล้วนสลายวับ
นางรู้สึกถึงความร้าวรานแผ่ซ่านภายในจิตใจ
แต่กระนั้นกลับต้องระบายยิ้ม กล่าวโดยปราศจากเจตนาร้ายแอบแฝง กอปรด้วยความงามพราวเสน่ห์อันแฝงความดื้อดึงเล็กน้อย “จอมยุทธ์พเนจรต่างหากถึงต้องการฝักกระบี่ แต่กระบี่ของแม่ทัพกลับไม่จำเป็น ต่อให้สักวันหนึ่งต้องออกเดินทางไกลก็คงเก็บมันไว้ในฝักได้ไม่นานอีกทั้งเรื่องหาฝักก็สมควรให้ผู้รับกระบี่เป็นคนหาเองสิ”
จอมยุทธ์พเนจรถึงต้องการฝักกระบี