็นน้ำแข็งนั่นก็แข็งเสียเหลือเกิน หนาเสียเหลือเกิน แม้แต่โลหิตที่ไหลทะลักออกมายังเกาะตัวกันเป็นน้ำแข็งเลย ครั้นกระแทกเหล็กเจาะลงไปก็สะเทือนจนมือชา หนังถลอกจนโลหิตไหลซึมนางขุดเด็กออกมาได้คนหนึ่ง อายุราวห้าหกขวบทว่าน้ำแข็งกับหิมะกลับแนบติดเนื้อหนัง ดูไม่ออกเลยว่าเป็นผู้ใดกันแน่ คนในจวนร่ำไห้อ้อนวอนถึงลากตัวนางกลับมาได้…”
เซี่ยเวยนั่งนิ่งไม่ไหวติง คล้ายรูปปันแกะสลัก
เยี่ยนมู่กลับมองเขาอย่างหนักแน่น น้ำตาคลอหน่วย ความโศกาอาดูรพรั่งพรูผ่านน้ำเสียงโดยไม่อาจระงับ “เขาเพิ่งจะอายุแค่นั้นเอง ยังไม่เคยออกจากเมืองหลวงเสียด้วยซ้ำ อีกทั้งฤดูหนาวปีนั้นยังหนาวเหน็บถึงเพียงนั้น ไม่รู้ว่าในวังหลวงเคยได้จุดตะเกียงให้เขาหรือไม่ ก่อไฟให้หรือไม่ และตอนกลางคืนมีคนห่มผ้าให้เขาหรือไม่ คนต้องโหดร้ายอำมหิตมากเพียงใดกันถึงหักใจผลักไสเขาออกไปได้? หากสวรรค์มีตาและบังเกิดจิตเมตตาให้เขากลับมามีชีวิตบนโลกนี้อีกครั้ง ก็ไม่รู้ว่าจะโตมามีรูปร่างหน้าตาเป็นเช่นไร”ในที่สุดเซี่ยเวยก็ปิดเปลือกตาช้า ๆลูกกระเดือกขยับขึ้นลงครู่หนึ่ง ผ่านไปนานแสนนานถึงจะลืมตาขึ้นมาใหม่ราวกับฝืนข่มอะไรบางอย่างลงไปได้
เขาอยากยิ้มให้เยี่ยนมู่
อย่างไรก็ตามริมฝีปากช่างหนักเสียเหลือเกินไม่อาจยกยิ้ม ทำได้เพียงกล่าวเสียงเบาด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก “คนดีสวรรค์ย่อมช่วยเหลือต่อให้สวรรค์เมตตาก็ควรให้เขาไปผ่านด่านเคราะห์เสียให้หมดเพื่อฝึกฝนตนให้เก่งกาจมีคว