าย แต่ขณะที่เขากำลังโน้มกายลงไปนั้น แขนเสื้ออันหลวมกว้างก็ห้อยตกลงบริเวณข้างลำแขนอันบอบบางของสาวน้อย เขาจึงชะงักงันไปทันที
เรื่องขนมแผ่นท้อหวนคืนสู่ห้วงสมองเขาอีกครานางเห็นเขาเป็นคนแบบใดกัน
หรืออีกนัยหนึ่งคือเขาเห็นตัวเองเป็นคนแบบใดกัน
สีหน้าปราศจากความเปลี่ยนแปลง เซี่ยเวยเอื้อมมือไปเคลื่อนพิณออกมาด้านข้าง
เพื่อเว้นระยะห่างจากเจียงเสวี่ยหนิง
เขาหลุบตา ยกนิ้วมือ งอนิ้วดีดบรรเลงท่อนเมื่อครู่ จากนั้นถึงส่งพิณคืนให้นาง “ลองอีกที”
คราวนี้อยู่ใกล้กันมาก ทั้งยังฟังได้ชัดเจนด้วยเจียงเสวี่ยหนิงจึงค่อนข้างเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว
นางลองอีกครั้ง ปรากฏว่าดีขึ้นมากตามที่คาดจริง ๆ
เพียงแต่ครั้นเหลือบสายตาจ้องมองเงาร่างซึ่งกำลังเดินผ่านข้างโต๊ะไปของเซี่ยเวย นางกลับยิ่งสัมผัสได้ว่าความรู้สึกที่แวบผ่านเข้ามาในจิตใจเมื่อสักครู่ไม่ใช่ภาพหลอน
ทั้งข่มกลั้น ทั้งหมางเมิน
ความรู้สึกของการรักษาระยะห่างเช่นนี้ เมื่อเทียบกับการพูดตำหนิเจือรอยยิ้มน้อย ๆ หรือการพร่ำบ่นสั่งสอนอย่างที่เคยเป็นมา ว่ากันตามเหตุผลแล้วก็ควรทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายลงไม่น้อย
เพราะถึงอย่างไรนางก็อยากอยู่ห่างจากเซี่ยเวยมาตั้งแต่แรก
ทว่าตอนนี้นอกจากผ่อนคลายแล้ว กลับรู้สึกมีบางอย่างผิดปกติ
แต่เมื่อไตร่ตรองดูแล้ว ก็ไม่รู้อีกว่าผิดปกติตรงที่ใดกันแน่
หากบอกว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในชั่วระยะสั้น ๆ เพียงหนึ่งวันนี้คือภาพหลอน เช่นนั้นอีกหลายวันต่อม