า ‘ภาพหลอน’ ดังกล่าวก็ค่อย ๆเพิ่มพูนจนกลายเป็นความรู้สึกที่แท้จริง
เป็นความห่างเหินจริง ๆ
เขายังคงบรรยายวิชาเช่นเดิม ทั้งยังสอนพิณเช่นเดิม เซี่ยเวยยังคงเป็นเซี่ยเวยคนนั้นอย่างที่เคยเป็นมา เขายังคงเป็นเซี่ยเวยที่ขุนนางทั่วทั้งราชสำนักคุ้นเคย แต่กลับไร้อารมณ์ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง เจียงเสวี่ยหนิงไม่กล้าแม้กระทั่งจะแสดงความดื้อรั้นซุกซนที่มีอยู่เพียงน้อยนิดต่อเขาซึ่งอยู่ในสภาวะเช่นนี้ ขณะเดียวกันตำหนักข้างก็ไร้ซึ่งอาหารว่างและของกินเล่นอีกต่อไปแม้แต่น้ำชาเขายังแทบไม่ชงแล้ว ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงการเรียกให้นางไปดื่มเหมือนหลายครั้งก่อนหน้าความรู้สึกเช่นนี้มันเหมือนอะไรกันนะ
เหมือนคนผู้หนึ่งเดินก้าวออกมาแล้วก็ถอยกลับ สุดท้ายจึงหวนคืนสู่จุดเดิม
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกอึดอัดทำตัวไม่ถูกอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ลางสังหรณ์บอกว่าคงมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นขณะที่นางไม่รู้ หรือไม่ก็อาจเป็นตัวนางเองที่ทำอะไรไม่ถูกต้องโดยไม่รู้ตัวเป็นแน่แท้ แต่เพราะปฏิสัมพันธ์ระหว่างนางกับเขาก็มีอยู่แค่นั้น นางจึงคิดไม่ออกเลยจริง ๆ
คิดจะถามเซี่ยเวยให้ถึงที่สุดทีไรก็กระดากใจขึ้นมาทุกที
ในเมื่อทุกสิ่งดูคล้ายปราศจากสิ่งผิดปกติดังนั้นจะให้นางเริ่มเอ่ยถามจากที่ใดกันเล่า
กอปรกับวันพิธีสวมกวานของเยี่ยนหลินแห่งจวนหย่งอี้โหวใกล้เข้ามาแล้ว เจียงเสวี่ยหนิงจึงค่อย ๆ ปล่อยวางเรื่องอื่น ไม่ค่อยทุ่มเทความคิดสักเท่าใดนัก
ของขวัญวันเกิดที่นางเต