้ว
ครั้นได้ฟังคำกล่าวนี้ของเฉินอิ๋งก็ไม่ได้มีสีหน้าประหลาดใจ เพียงเอ่ยว่า “เป็นเพราะเสนาบดีเจิ้งผู้นั้นอยู่ในวัยไม้ใกล้ฝัง ฎีกาก็ถ่ายทอดลงมาแล้ว ผู้ที่มีชีวิตอยู่ได้ไม่นานย่อมวิตกกังวลน้อยกว่าใคร ฉะนั้นถึงกล้าทำเรื่องเช่นนี้ หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่น เกรงว่าคงจะห่วงหมวกขุนนางและตราประจำตัวที่ห้อยอยู่ตรงเอว แม้ฝั่าบาทจะกริ้ว แต่ก็ต้องทรงระวังคำพูดของคนในใต้หล้าด้วย ไม่ถึงขั้นทำอะไรกับเสนาบดีเจิ้งหรอก”
พูดแบบนี้มันต่างอะไรกับไม่ได้พูดกันเล่า?
เฉินอิ๋งรู้ดีอยู่แล้วว่าเหตุใดตาแก่เสนาบดีเจิ้งถึงกล้าพูดจาพรรค์นั้น
เพียงแต่…
เขามีท่าทีลำบากใจเล็กน้อย ทอดสายตามองเซี่ยเวยแล้วเอ่ยว่า “แต่เสนาบดีเจิ้งถูกนำตัวเข้าคุกแล้ว หรือว่ายังจะถูกปล่อยตัวออกมาอีกขอรับ?”
เซี่ยเวยยิ้ม “นี่ก็ต้องดูที่ใต้เท้าเฉินกับผู้ใต้บังคับบัญชาเก่าในกรมอาญาแล้ว”
เฉินอิ๋งมีท่าทางเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
เซี่ยเวยกล่าวเรียบ ๆ “ฝั่าบาททรงเป็นผู้คำนึงถึงมิตรภาพครั้งเก่าก่อนเช่นกัน เสนาบดีเจิ้งทุ่มเทให้ราชสำนักมาครึ่งชีวิต ทว่ากลับยั่วโทสะฝั่าบาทยามหารือข้อราชกิจในสำนักมหาบัณฑิตอย่างเปิดเผย หากไม่จับกุมตัวเข้าคุกหลวงแล้วทุกคนเอาเยี่ยงอย่าง เช่นนั้นบารมีของโอรสสวรรค์จะอยู่ที่ใด? บางครั้งคนเรามีทางขึ้นแต่ขาดหนทางลง พวกของใต้เท้าเฉินเป็นสหายที่ร่วมงานกันในกรมอาญาและเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของเสนาบดีเจิ้งด้วยกันทั้งสิ้นเสนาบดีเจิ