ยขอขอบพระคุณที่เซี่ยเซียนเซิงชี้แนะอีกครา”
เซี่ยเวยนิ่งเฉยอย่างยิ่ง “ใต้เท้าเฉินเป็นคนละเอียดรอบคอบ สักวันหนึ่งก็ต้องคิดออกอยู่ดีกล่าวหนักเกินไปแล้ว”แต่เฉินอิ๋งรู้ว่าคำพูดดังกล่าวก็แค่เอ่ยตามมารยาท
‘สักวันหนึ่ง’ ที่ว่ามีทั้งช้าและเร็ว เรื่องบางอย่างหากไม่ทำให้รวดเร็วเสียหน่อยจะผิดพลาดเอาได้ และเกรงว่าความร้ายกาจที่สุดของเซี่ยเวยคงจะเป็นความสามารถในการมองเหตุการณ์ที่เพิ่งจะเกิดได้ทะลุปรุโปร่งนี่เอง คนผู้นี้รู้ว่าต้องทำเช่นไร แล้วกุมหมากอยู่ในกำมือคอยวางกลยุทธ์เป็นลำดับขั้นตอน
เขายิ้ม ไม่โต้แย้งอะไร ก่อนจะค้อมการคารวะอีกคราและกล่าวอำลา
เจี้ยนซูซึ่งคอยยืนปรนนิบัติอยู่ด้านข้างค้อมกายเล็กน้อยขณะเขาเดินผ่าน แต่เมื่อใช้สายตาส่งเงาร่างของเฉินอิ๋งจนหายลับไปจากระเบียงวนแล้ว กลับย่นหัวคิ้ว พูดกับเซี่ยเวยว่า “ใต้เท้าเฉินผู้นี้ช่างฉลาดหลักแหลมเสียจริง ไม่ว่าจะทำสิ่งใดล้วนต้องสอบถามให้กระจ่างแล้วค่อยจากไป ต้องมาขอให้ท่านชี้แนะเสียทุกเรื่อง ประการแรกหมายความว่าเขาเป็นคนละเอียดรอบคอบจริง ๆส่วนประการที่สอง เกรงว่าเขาต้องการผูกมิตรกับท่านนั่นเอง หากว่ากันตามหลักการแล้วเขาควรเชื่อฟังแต่คำสั่งของเซียนเซิง ทว่าเรื่องเมื่อคราวกลับวังครั้งก่อนเขากลับทำงานไม่รอบคอบ ยามนั้นท่านสั่งการเขาชัด ๆ แต่ตอนที่คนจากในวังมาเชิญตัวกรมอาญา เขากลับพาจางเจอหัวหน้าหน่วยย่อยซึ่งสืบคดีได้อย่างร้ายกาจไปด้วย แสดงให้เห็นว่าไม