่อยากผิดใจกับทั้งสองฝั่าย ทั้งคิดจะทำงานให้ท่าน แต่ก็ไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเหมือนหญ้าที่พร้อมจะลู่ไหวไปตามลม”
เรื่องที่กำลังพูดถึงคือเหตุการณ์ที่หนิงรองถูกให้ร้ายในวังหลวง
ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเซี่ยเวยเห็นจิตใจอันชั่วร้ายของมนุษย์มามาก ไม่ได้รู้สึกเหนือความคาดหมายอันใด ที่เฉินอิ๋งทำแบบนี้เขาล้วนคาดการณ์เอาไว้แล้ว หากไม่ทำเช่นนี้ต่างหากถึงจะอยู่เหนือความคาดหมาย และทำให้เขาต้องลองกลับมาขบคิดพิจารณาว่าตนเองมีปัญหาอันใดหรือไม่
อย่างไรเสียใต้หล้านี้มีผู้ใดบ้างเล่าที่ไม่ชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสีย
ด้วยเหตุนี้เขาจึงเอ่ยเพียงว่า “คนผู้นี้ใช้งานได้แต่เชื่อถือไม่ได้ ข้ารู้ดีว่าควรทำเช่นไร”
พูดจบก็วางถ้วยชาในมือแล้วลุกขึ้น เดินออกจากห้องโถงซึ่งใช้ต้อนรับแขกเหรื่อในยามปกติกลับไปยังห้องทำพิณของตน
ภายในห้องมีคนอยู่ผู้หนึ่ง
หากเมื่อครู่เฉินอิ๋งมาเห็น เกรงว่าคงอดนึกสงสัยไม่ได้ว่าเช้าตรู่เสียขนาดนี้ เจ้าของร้านโยวหวงในเมืองหลวงมาปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไรเมื่อวานหลี่ว์เสี่ยนค้างที่จวนตระกูลเซี่ย เพิ่งตื่นได้ไม่นานนัก กำลังหาวพลางถล่มดื่มชาชั้นดีของเซี่ยเวยอยู่
ชาต้าหงเผา[1]ชั้นเลิศถูกชงไปแล้วสามครั้ง
ครั้นเห็นเซี่ยเวยเดินเข้ามาก็หัวเราะร่า“กลับมาได้จังหวะนัก ทันชงชาเสร็จพอดี ไล่เจ้ารองเสนาบดีเฉินผู้นั้นไปแล้วหรือ?”
ทว่าเซี่ยเวยกลับเดินไปเบื้องหน้าผนังอันว่างเปล่าแล้วยืนนิ่ง ยกมือนวดหัวคิ้ว บริเวณหางตาเ