ข่าวเรื่องจวนหย่งอี้โหวเกิดเรื่อง จับตัวได้ก็จับตัว จับตัวไม่ได้ก็ฆ่าให้เหี้ยน”
เสียงนี้เย็นชาและโหดเหี้ยมยิ่งนัก
หลี่ว์เสี่ยนได้ยินแล้วใจหายวาบ
เจี้ยนซูรับคำสั่งและกำลังจะจากไป ทว่ากลับละล้าละลังอยู่ครู่หนึ่ง เอ่ยถามด้วยความลังเลขึ้นมาว่า “หาก หากผู้ที่คิดจะเข้าเมืองหลวงเป็นคนของนิกายล่ะขอรับ…”
“…”
เซี่ยเวยค่อย ๆ เลื่อนนิ้วมือบนใบหน้าลงกลิ่นอายแห่งศัสตราวุธที่อาบบนปลายคิ้วหางตาค่อย ๆ ทวีความรุนแรง เขาเงียบอยู่นาน จากนั้นถึงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำว่า “ฆ่าก่อนให้หมดทุกคน”
ไอหมอกยามอรุณรุ่งลอยละล่องในลานเรือน
ภายในห้องทำพิณอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของชา
ยามนี้เจี้ยนซูรู้สึกราวกับความหนาวเหน็บของปลายฤดูเหมันต์จู่โจมปะทะร่างทั้งที่ยังไม่ถึงเวลา ชำแรกชอนไชไปตามซอกกระดูก เปียมไอสังหารโดยไม่รู้ตัว!
เขามองเซี่ยเวยอย่างลึกซึ้งหลายที สุดท้ายก็ตระหนักได้ว่าเรื่องดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้วสำหรับเซี่ยเซียนเซิง เรื่องนี้ไม่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้อีกต่อไป ฉะนั้นจึงเก็บงำอารมณ์ความรู้สึกทั้งปวง ค้อมกายรับคำสั่งแล้วจากไป
ส่วนหลี่ว์เสี่ยนไม่ได้สติอยู่นาน
เขามองสำรวจเซี่ยเวย ไร้ซึ่งความผ่อนคลายที่มักเล่นหัวหยอกล้อในยามปกติอย่างหาได้ยากยิ่ง “สถานการณ์ภายในนิกายย่ำแย่ถึงขั้นนี้แล้วหรือ?”เซี่ยเวยหลับตากล่าวว่า “เขาอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทนรอไม่ไหวแล้ว มิหนำซ้ำที่ผ่านมากงอี๋เฉิงก็ไม่ถูกกับข้า พอข้ามาเมืองหลวงแล้วก็ยากจะเข