ักดิ์ก็เป็นได้
หากเป็นเช่นนั้น การเสียสละจวนโหวก็ถือได้ว่าแลกกลับมาด้วยงานใหญ่
ทว่าในสายตาเซี่ยเวย คล้ายเรื่องนี้จะพิเศษหลี่ว์เสี่ยนไม่รู้ถึงสิ่งที่แอบแฝงอยู่ในนั้นและไม่กล้าพูดไปเรื่อยอีกด้วย หลังจากมองเซี่ยเวยอยู่นาน สุดท้ายเขาก็ไม่ได้กล่าวอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นอีก เพียงเอ่ยว่า “เจ้าส่งเตาฉินไปที่ใดแล้ว?ข้าสืบมาได้ว่าวันนี้โหยวฟางอิ๋นผู้นั้นจะไปพบเหรินเหวยจื้อ กำลังขาดคนไปสืบข่าวอยู่พอดี”
เซี่ยเวยเหลือบมองเขาพลางขมวดคิ้ว “เตาฉินไม่มีเวลา”
หลี่ว์เสี่ยนถลึงตาทันที
เซี่ยเวยเตือนเขาเสียงเรียบ “เจ้าออกจะยึดติดเรื่องโหยวฟางอิ๋นมากเกินไปหน่อยแล้ว”
หลี่ว์เสี่ยนไม่ใส่ใจสักนิด แค่นเสียงคราหนึ่งแฝงอาการคิดเล็กคิดน้อยอยู่บ้าง “ข้าหลี่ว์จ้าวอิ่นสอบพ่ายแพ้เซี่ยเวยเช่นเจ้าก็ขายหน้าพออยู่แล้ว ลำบากพากเพียรอยู่บนเส้นทางการค้านี้มานานหลายปี มั่นใจว่าตัวเองยอดเยี่ยมทั้งด้านการจับจังหวะและโอกาส รวมถึงด้านการวางแผนและสายสัมพันธ์ อีกทั้งเจ้าเซี่ยเวยก็ไม่สามารถค้าขายได้ ข้าจึงไม่เคยคิดว่าด้านการค้าจะมีผู้ใดอยู่เหนือศีรษะข้าได้อีก แต่เรื่องเส้นไหมดิบคราวนั้นกลับถูกคนชิงตัดหน้า โทสะนี้หากเป็นเจ้า เจ้าจะทนได้อย่างนั้นหรือ?”
เซี่ยเวยใบหน้าไร้ความรู้สึก “ข้าทนได้”
หลี่ว์เสี่ยน “…”นี่เขาจะคุยธุระกันดี ๆ กับมารดามันได้หรือไม่!
หลี่ว์เสี่ยนอยากจะโต้แย้ง แต่ครั้นขบคิดถึงชีวิตช่วงหลายปีที่ผ่านมาของเซี่ยเวยโดยละ