เซียวซูออกมาส่งเจียงเสวี่ยหนิงด้วยตนเอง แต่ถึงกระนั้นเมื่อเจียงเสวี่ยหนิงเดินออกไปพ้นระเบียงทางเดินสายยาวและหันหน้ากลับไปมองประตูห้องซึ่งปิดสนิทของเซียวซูอีกครา เจียงเสวี่ยหนิงก็นึกถึงความวุ่นวายในชาติที่แล้ว
ชาติก่อนนางเป็นเหมือนเซียวซูที่ต้องการจะเป็นฮองเฮาให้จงได้
คิดไม่ถึงว่าแผ่นดินจะกลับตาลปัตร แม้มีสถานะสูงส่งเป็นถึงฮองเฮา แต่ก็เป็นเพียงมดปลวกตัวกระจ้อยร่อย
เซียวซูฉลาดมาทั้งชีวิต ตอนนี้วางแผนทีละก้าว คิดจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งฮองเฮาโดยไม่รู้ถึงภยันตรายที่กำลังซุกซ่อนแม้แต่น้อย ศัตรูที่แท้จริงของตระกูลเซียวหาใช่เจียงเสวี่ยหนิงหรือพระสหายร่วมศึกษาในเรือนหยางจื่อยามนี้คนใดทั้งสิ้นไม่ แต่เป็นรองราชครูเซี่ย เซี่ยจวีอันผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้และคลายข้อกังขาให้พวกนางซึ่งยืนอยู่บนแท่นสูงในตำหนักเฟิงเฉิน ทั้งยังเป็นเหมือนอริยชนผู้นั้นต่างหากเล่า!
ครั้นคิดถึงตรงนี้ นางพลันบังเกิดความรู้สึกสนุกสนานอยากจะนั่งบนภูผาดูพยัคฆ์กัดกัน คลี่ยิ้มแล้วหมุนกายเดินกลับห้องของตนเอง
ยังมีขนมแผ่นท้อรอนางอยู่ในห้องจานหนึ่งชีวิตคนนั้นแสนสั้น ถ้ามัวแต่สู้รบตบมือกับผู้อื่น มันจะน่าเบื่อสักเพียงใดเล่า!
*****
เจียงเสวี่ยหนิงพลิกอ่านตำราแพทย์เล่มนั้นอีกหน หยิบจานขนมแผ่นท้อจากกล่องอาหารมาวางบนโต๊ะ ขณะอ่านตำราก็หยิบมากินสักแผ่นยามบ่ายของฤดูหนาวก็แสนจะสุขสบายได้เช่นกัน
อ่านไปได้ราวครึ่งชั่วยามก็มีคนมาจากเบื้องนอก
โจว