้องมีครั้งที่สอง มีครั้งที่สองก็ต้องมีครั้งที่สาม กระทั่งมาถึงครั้งที่สามก็ไม่ไกลจากการเสพติดแล้ว มิหนำซ้ำเมื่อกินแผ่นแล้วแผ่นเล่า ก็ไม่เห็นว่าขนมแผ่นท้อจานนี้จะแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้มากมายนักจริง ๆ …
อุ้งมือน้อยอันชั่วร้ายยื่นออกไปอีกครา
“จริง ๆ นะ แผ่นสุดท้าย แผ่นสุดท้ายแล้ว!”
เจียงเสวี่ยหนิงสาบานกับขนมแผ่นท้อที่อยู่ในมือเป็นแผ่นที่สิบ ก่อนจะกัดลงไป
ขณะนี้เองเซี่ยเวยก็เดินเข้ามาพอดี เขาได้ยินไม่ชัด จึงเอ่ยถามว่า “สุดท้ายอะไร?”“แค่ก ๆ ๆ !”
เจียงเสวี่ยหนิงตกใจจนตัวสั่น ขนมแผ่นท้อซึ่งเพิ่งจะกินติดคอโดยยังไม่ทันได้กลืน!
นางรีบกรอกน้ำชาให้ตนเองครึ่งถ้วยถึงรอดพ้นความตายจากการสำลักมาได้ นางหมุนกายไปเอ่ยว่า “ไม่ ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ เพียงบอกว่าจะชงชาเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เมื่อครู่กำลังบ่นว่าทำไมเซี่ยเซียนเซิงยังไม่กลับมาเสียทีเจ้าค่ะ”
เซี่ยเวยเดินเข้ามาดู นางชงชาจริง เพียงแต่…
ขนมแผ่นท้อมีน้อยขนาดนี้ตั้งแต่แรกแล้วหรือเขามองเจียงเสวี่ยหนิง ท่าทางคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
เจียงเสวี่ยหนิงมองตามสายตาเขา จานซึ่งแต่เดิมมีขนมสีขาวราวกับปุยเมฆ…
มันโหรงเหรงเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
มะ มะ มะ ไม่เป็นไร!
บางทีเซี่ยเวยผู้นี้อาจสายตาไม่ดีก็ได้!
นางยิ้มแก้เก้อ “เมื่อสักครู่ข้าหิวอยู่บ้าง เลยกินไปแค่นิดหน่อย กินแค่นิดหน่อยเจ้าค่ะ…”เซี่ยเวยเลิกคิ้ว “เห็นว่าข้าตาบอดอย่างนั้นหรือ?”
เจียงเสวี่ยหนิงกัดฟันกรอด “มากกว่