ช้า ๆ และมองดูถ้วยชาในมือ
น้ำชาสงบนิ่งดุจกระจกวารีขนาดเล็ก ส่องสะท้อนเงาร่างเซี่ยเวยซึ่งนั่งอยู่ฝังตรงข้าม
เจียงเสวี่ยหนิงเอ่ยถาม “ในพิธีสวมกวานของเยี่ยนหลิน ได้ยินว่าเซี่ยเซียนเซิงจะตั้งนามรองให้เขาด้วยหรือเจ้าคะ”
เซี่ยเวยตอบราบเรียบ “อืม”บุรุษสวมกวานยามอายุยี่สิบปี จากนั้นถึงจะก่อร่างสร้างตัว
เมื่อมีกวานแล้วก็จะมีนามรองเพื่อใช้อธิบายนามจริง หรือเพื่อบ่งบอกปณิธาน
บุรุษที่ถือกำเนิดในตระกูลสูงศักดิ์ ตามปกติครั้นถึงพิธีสวมกวานจะเชิญนักปราชญ์ผู้ทรงภูมิมาตั้งนามรองให้ตนเอง ถึงแม้อายุอานามของเซี่ยเวยไม่อาจเทียบนักปราชญ์คนอื่นได้ ทว่ากลับดำรงตำแหน่งรองราชครูของรัชทายาทซึ่งเป็นถึงผู้รับผิดชอบการบรรยายประจำวันของหอเหวินยวน ที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยได้ยินว่ามีใครเชื้อเชิญให้เขาไปเป็นอาจารย์คนแรกหรือไปตั้งนามรองให้กับผู้ใดได้สำเร็จเหมือนว่าเยี่ยนหลินจะเป็นคนแรก
และเป็นแค่คนเดียวเท่านั้น
แต่เจียงเสวี่ยหนิงกลับไม่รู้เลยว่านามรองของเยี่ยนหลินในชาติก่อนคืออะไร และตั้งสำเร็จหรือไม่
เนื่องด้วยหลังจากจวนหย่งอี้โหวประสบเหตุร้ายเป็นต้นมา หัวข้อสนทนาซึ่งเกี่ยวข้องกับตระกูลเยี่ยนทั้งหมดได้กลายเป็นสิ่งต้องห้าม ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าหยิบยกขึ้นมา
เมื่อเยี่ยนหลินหวนคืนสู่ราชสำนักก็ไม่มีผู้ใดเรียกขานนามรองของเขาด้วยความสนิทสนมได้อีก
บางทีอาจจะมี แต่นางไม่รู้เอง
เซี่ยเวยมองสำรวจนางครู่หนึ่ง “บัดนี้ตระกูลใหญ่ภายในเม