กมันกำลังสั่นระริกโดยที่นางไม่อาจควบคุม สายพิณซึ่งถูกกดอยู่ข้างใต้พลอยสั่นกระเพื่อม
นางเคลื่อนนิ้วอย่างแช่มช้า นำมากุมประสานเบื้องหน้าและออกแรงบีบแน่น
แต่ความสั่นสะท้านนั้นกลับส่งผ่านจากปลายนิ้วมาถึงหัวใจ
นางก้มหน้า หลับตาลง
เป็นครั้งแรกที่เซี่ยเวยไม่ได้ตำหนิอันใด เพียงกล่าวเรียบ ๆ ว่า “หากสงบจิตใจไม่ได้ก็ไม่ต้องดีดแล้วละ”
พิธีสวมกวานของเยี่ยนหลินกำลังจะมาถึงแล้ว…
ไม่เอ่ยถึงน่ะยังดี แต่พอเอ่ยถึงแล้ว จะให้สงบจิตใจได้อย่างไรบทที่ 85 กินไปแล้ว (2)เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกจิตใจจมดิ่ง คล้ายถูกวัตถุอันหนักอึ้งบางอย่างกดทับจนหายใจไม่ออกแม้แต่สีหน้าลุแก่โทสะซึ่งเกิดจากการทะเลาะเบาะแว้งกับเหยาซีเมื่อสักครู่ยังหายไปสิ้น
นางตอบรับเสียงเบาว่า “เจ้าค่ะ”
ตำหนักเฟิงเฉินปราศจากสรรพสำเนียงใดอีกต่อไป
เซี่ยเวยนั่งอ่านเอกสารทางราชการอยู่ตรงโต๊ะ แต่ก็คล้ายไม่มีสมาธิอ่านมากนัก
เจียงเสวี่ยหนิงนั่งเหม่ออยู่หน้าโต๊ะพิณ ไม่นานนักจิตใจก็ล่องลอยออกไปด้านนอก
เวลาผ่านไปสองเค่อ เบื้องนอกมีขันทีมาแจ้งว่ามีเรื่องจะรายงานเซี่ยเวย
แต่ครั้นเห็นเจียงเสวี่ยหนิงอยู่ข้างใน จึงไม่ได้เอ่ยปาก
เซี่ยเวยลุกขึ้นและกล่าวกับเจียงเสวี่ยหนิงว่า“ชงชาอ่านตำราด้วยตนเอง พักผ่อนสักครู่แล้วกัน”
พอเขาพูดจบก็เดินออกไปจากตำหนักข้างขันทีน้อยผู้นั้นตามเขาไปจนถึงระเบียงทางเดิน พูดกดเสียงเบารายงานอะไรบางอย่าง
เจียงเสวี่ยหนิงได้ยินไม่ชัดเจน
เรื่องข