องเซี่ยเวย นางเองก็ไม่กล้าฟังเหมือนกัน
นางนั่งอยู่หน้าพิณมาเนิ่นนาน เมื่อครู่ใจลอยจึงไม่รู้สึกอะไร พอได้สติคืนมากลับรู้สึกว่าร่างกายเริ่มเกร็งแข็งเล็กน้อยแล้ว
เจียวอันคันนี้เยี่ยนหลินเป็นผู้มอบให้
ใบหน้าเปียมชีวิตชีวาและจริงใจของหนุ่มน้อยในยามนั้นยังคงผุดในห้วงแห่งความทรงจำแต่ยิ่งเป็นเช่นนี้ ยามที่นางมองพิณคันนี้ก็ยิ่งอัดอั้นตันใจ นางจึงยืนขึ้น ก่อนจะไปนั่งที่โต๊ะชาเพื่อเริ่มต้มน้ำชงชาใหม่
ขนมแผ่นท้อจานนั้นยังคงวางอยู่ที่เดิม
เจียงเสวี่ยหนิงมองเห็นมันเข้าพอดี
ขณะดื่มชากาแรก นางไม่ได้แตะต้อง ครั้นดื่มชากาที่สองถึงค่อยรู้สึกขมฝาดเล็กน้อยในกระเพาะ กระทั่งถึงกาที่สาม ในที่สุดก็รู้สึกว่าตนต้องกินอะไรหน่อยแล้ว ฉะนั้นจึงเอื้อมมือไปยังขนมแผ่นท้อจานนั้นแต่ละแผ่นล้วนขาวสะอาด กึ่งกลางแปะแผ่นเมล็ดท้อเอาไว้จำนวนหนึ่งด้วย
มองผาดเดียวก็รู้สึกว่าไม่ต่างจากเมื่อวาน
แต่เมื่อลองพิศดูให้ดี เหมือนเมล็ดท้อแต่ละเมล็ดจะใหญ่กว่าเมื่อวานนะ?
อาหารอย่างอื่นต้นเครื่องในวังหลวงไม่ค่อยได้เรื่องได้ราว แต่รูปลักษณ์ของของว่างสารพัดอย่างทำออกมาได้งดงามยิ่งนัก เพียงดมกลิ่นก็รู้สึกว่าน่ากิน ถึงความรู้สึกหลังจากกินเข้าไปจะต่างจากที่คิดก็ตาม
แต่ถึงอย่างไรก็อยู่ในวังนี่นาใครจะไปสนใจล่ะว่าอร่อยจริงหรือเปล่า
เจียงเสวี่ยหนิงถือขนมแผ่นท้อแผ่นบาง ๆจ้องมองอยู่ครึ่งค่อนวัน แม้จะบ่นอุบในใจประโยคหนึ่ง สุดท้ายก็ยังยัดเข้าปากอยู่ด