สิ่งของเมื่อสูญเสียไปแล้วได้กลับคืนมา ย่อมควรค่าให้ยินดี
เพียงแต่ผู้ที่นำมาคือเซียวซู จะกี่มากน้อยก็แปลกประหลาดอยู่บ้าง เจียงเสวี่ยหนิงไม่ค่อยชินสักเท่าใดนัก โชคยังดีที่เซียวซูไม่ได้ฉวยโอกาสนี้ต้องการสนทนากับนาง เมื่อคืนถุงหอมเสร็จแล้วก็เดินจากไป
นางจึงรู้สึกสบายใจ ดูโจวเปั่าอิงกับฟางเมี่ยวเดินหมากต่อ
ครานี้เป็นหมากล้อม
ฟางเมี่ยวเข้าสู่ห้วงแห่งการขบคิด ไม่อาจตัดสินใจได้ชั่วขณะ
โจวเปั่าอิงมีท่าทางเบื่อหน่าย นางจึงหยิบถั่วลิสงที่อยู่ด้านข้างมากะเทาะเปลือกเช่นกัน ทั้งยังหันหน้าไปมองเหยาซีกับโหยวเย่ว์แวบหนึ่งพลางถามด้วยความสงสัยใคร่รู้ “พี่สาวทั้งสองก็ไปชมเหมยด้วยหรือ?”
เหยาซีเห็นเซียวซูจากไปแล้วถึงโล่งใจ แต่พอได้ยินโจวเปั่าอิงถามเช่นนี้ก็อดใจกระตุกวูบอยู่หลายส่วนไม่ได้ ฝืนกล่าวเจือรอยยิ้มราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ไปมาแล้ว แต่ชมได้ไม่นานนักหรอก เพราะมัวแต่สนทนากับเหล่าพระสนมพระชายา”โจวเปั่าอิงจึงร้อง “อ้อ” ออกมา
คล้ายนางคิดจะพูดอะไรบางอย่าง เพียงแต่เผอิญว่าตอนนี้ฟางเมี่ยวลงหมากจนบังเกิดเสียง‘ปึง’ นางจึงเบนสายตาไปทันที ปรบมือหัวเราะร่าในบัดดล “ข้ารู้อยู่แล้วว่าพี่ฟางเมี่ยวจะลงตรงนี้! คอยดูนะ ข้าจะกินท่านครึ่งตัว!”
ฟางเมี่ยวเห็นตำแหน่งที่นิ้วมือนางกำลังจะจดลงไปก็รีบร้องเสียงดังลั่น “เจ้า! เจ้าลงตรงนี้ได้อย่างไร? ไม่ถูก ไม่ถูก ข้ายังคิดไม่เสร็จ ข้าไม่ได้ลงตรงนี้!”
“ลงหมากแล้วห้ามเปลี่ยนใจท