ิ้งใส่กระถางไม้ดอกซึ่งตั้งอยู่ด้านข้างคิดไม่ถึงว่าพอเหยาซีเห็นเช่นนั้น กลับฟันมือฉับชิงเอาไปถือและมองมันอยู่ในมือ
โหยวเย่ว์งุนงงเล็กน้อย “จะคืนนางหรือ?”
เหยาซีบังเกิดความคิด ดวงตามีแต่ความดำทะมึน “ก็แค่ถุงเครื่องหอมเล็ก ๆ จะรีบร้อนอันใดเล่า?”
โหยวเย่ว์จึงไม่กล่าวอะไร
เหยาซีจ้องมองถุงเครื่องหอมนั้นอยู่นาน ก่อนจะเก็บเข้าไปในแขนเสื้อ “ขากลับค่อยคืนให้นางก็ยังไม่สาย เห็นนางห้อยอยู่ทุกวัน ไม่แน่อาจจะเป็นของสำคัญ หากได้เห็นนางทำของหล่นแล้วร้อนใจเพราะหาไม่เจอก็คงดีเหมือนกัน”
โหยวเย่ว์พลันหัวเราะ “เช่นนี้ก็ดีนะ”
เจียงเสวี่ยหนิงเพิ่งจะเดินจากไป ส่วนพวกนางเก็บถุงเครื่องหอมได้และคร้านจะหันกลับไปเรียก จึงมุ่งตรงไปยังอุทยานหลวงทันที
หลายวันมานี้ดอกหู่ถีเหมย[3]ในวังหลวงเบ่งบานแล้ว
อาการไข้หวัดของไทเฮาทุเลาลงแล้ว ฮองเฮาจึงเชิญพระสนมและพระชายาจากทุกตำหนักออกมาชมดอกเหมยเพื่อเฉลิมฉลอง และเนื่องจากมีเซียวซูอยู่ บรรดาพระสหายร่วมศึกษาจากเรือนหยางจื่อจึงได้พึ่งใบบุญมาร่วมชมเพื่อความสนุกสนานด้วย
——————–
1. ปลาไน เป็นปลาน้ำจืดอยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน นิยมรับประทานเนื่องจากมีเนื้อมากและก้างน้อย2. จิน เป็นมาตราชั่ง หนึ่งจินเท่ากับห้าร้อยกรัม3. ดอกหู่ถีเหมย เป็นดอกล่าเหมยประเภทหนึ่ง ตัวดอกเป็นสีเหลืองสด ลักษณะคล้ายอุ้งเท้าเสือบทที่ 83 ขนมแผ่นท้อกับถุงเครื่องหอม (3)เรื่องเช่นนี้เหยาซีกับโหยวเย่ว์ย่อมไม่พลาด
ภายใน