อุทยานเหมยนั้นดอกหู่ถีเหมยเบ่งบานเร็วที่สุด ส่วนล่าเหมย[1]ก็เริ่มงอกดอกตูมขนาดเล็กแล้ว
ด้วยเหตุนี้ยามเยื้องย่างในอุทยาน จึงบังเกิดความสำราญอยู่หลายส่วน
โหยวเย่ว์มาจากจวนชิงหย่วนปั๋อ ชาติกำเนิดต่ำต้อยยิ่งนัก ปกติชอบคบค้าสมาคมกับผู้อื่น ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงว่าได้มาเข้าร่วมงานเลี้ยงที่ร้อยวันพันปีจะได้พานพบเช่นนี้อีก ฉะนั้นจึงตั้งใจจะไปประจบสอพลอเหล่าพระสนมพระชายาจากแต่ละตำหนัก ในขณะที่เหยาซีกลับดูแคลนยิ่งนัก
นางเป็นถึงกุลสตรีในหอห้องของตระกูลใหญ่ย่อมไม่เห็นเรื่องพวกนี้ในสายตา
ดังนั้นเมื่องานเลี้ยงดำเนินมาถึงครึ่งทางก็ปลีกตัวจากทุกคน พลันเดินออกไปชมเหมยภายในเขตอุทยานรอบนอกโดยไม่ได้บอกใคร
อุทยานเหมยยิ่งใหญ่อลังการ
เหยาซีแม้ตั้งใจจะมาชมเหมย แต่ท่ามกลางวันที่อากาศออกจะหนาวเย็นบ้างเยี่ยงนี้ ชมไปชมมาก็กลับหวนนึกถึงจางเจอซึ่งได้พบหน้ากันที่ตำหนักฉือหนิงวันนั้น ครั้นแล้วก็นึกถึงจดหมายตอบถอนหมั้นซึ่งได้เห็นในห้องอักษรของบิดาอีกนอกจากบังเกิดความโศกสลดแล้วก็ยิ่งคับแค้นใจเดินลึกเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
สุดเขตอุทยานออกจะเวิ้งว้างอยู่บ้าง
มีศาลาพักอันวังเวงหลังหนึ่งซึ่งยามปกติน้อยคนนักจะย่างกรายมา ปั่าเหมยที่รายล้อมขึ้นเบียดเสียดแน่นขนัด ผลิดอกบานสะพรั่งหนาตา
แต่กระนั้นเมื่อเห็นความรกครึ้มนี้แล้วกลับทำให้รู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง
เหยาซีหาใช่คนขวัญกล้ามากนักไม่ ครั้นเดินมาถึงสถานที่แห่งนี้ก็ได้สติคืนมา นางจึง