คิดจะหมุนกายเดินกลับ แต่คิดไม่ถึงว่าเพิ่งจะเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็มีเสียงฝีเท้าระคนเสียงสนทนาเบา ๆแว่วมาจากฝังอุทยานเหมย
“เรื่องที่เรือนหยางจื่อวันนั้น เจ้าคิดอ่านไม่แยบคายจนปล่อยให้นางกำนัลน้อยถูกไต่สวนกลางตำหนัก หากนางพลั้งเผลอ ปิดปากไม่สนิทจนหลุดพูดความจริงออกมา แล้วหากข้ามองไม่ออกเสียก่อน เจ้าจะทำเช่นไร?!”
“เป็นหลานที่เลอะเลือน เสียกิริยาที่เคยเป็นมาเจ้าค่ะ”
“ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม การทำความเข้าใจย่อมยากกว่าการปฏิบัติจริง โดยเฉพาะวังหลวงที่ไม่มีผู้ใดโง่งม! เจ้าไม่ทันถ่องแท้จริงเท็จของคู่ต่อสู้ก็กระทำการบุ่มบ่ามเสียแล้ว ทำให้ข้าผิดหวังนัก”
“…”
“บัดนี้เจียงเสวี่ยหนิงยังอยู่ดีมีสุข ส่วนเจ้าก็กลายเป็นว่าไปสร้างศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นนี้ให้ตนเองโดยเปล่าประโยชน์ ซ้ำยังมีเจียงเสวี่ยฮุ่ยเพิ่มเข้ามาอีกคน แม้ด้านรูปโฉมจะไม่ได้ล้ำเลิศทว่าด้านความรู้กลับชิงความโดดเด่นกับเจ้าได้มิหนำซ้ำยังเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะเป็นเจ้าของผ้าเช็ดหน้าลายปักที่อยู่กับเจี้ยเอ๋อร์อีก นี่เจ้าไม่ใช่แค่เลอะเลือนแล้ว!”“ท่านอาหญิงสั่งสอนถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ”
เซียวไทเฮาเดินนำหน้า ส่วนเซียวซูเดินตามหลัง
ผู้หนึ่งไม่อาจระงับความขัดเคืองที่ปรากฏบนใบหน้า กล่าวตำหนิติเตียนด้วยความเข้มงวดกวดขันอยู่บ้าง ส่วนอีกผู้หนึ่งก้มหน้าก้มตาฟังปราศจากความนิ่งเฉยไว้ตัวอย่างที่เคยเป็น
ด้านหลังของคนทั้งสองไร้ซึ่งข้าราชบริพารติดตามมา
เห็นได้ชัดว