กิน
เจียงเสวี่ยหนิงลอบกัดฟันกรอด มองเขาโดยไม่พูดอะไรเซี่ยเวยจึงถามว่า “เจ้ายังไม่ได้กินรึ?”
เจียงเสวี่ยหนิงส่งเสียง “อืม” หนัก ๆ คำหนึ่ง“ช่วงเช้าอ่านตำราจนลืมเวลาและเผลอหลับไป ก็เลยลืมกินเจ้าค่ะ”
วังหลวงไม่ใช่ที่บ้าน ห้องเครื่องย่อมไม่รอคน
เซี่ยเวยอยากหัวเราะอีกครั้งอย่างหาได้ยากยิ่ง
หากเป็นเขาเมื่อก่อน คงคร้านจะแยแสเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ มีคำพูดของชาวบ้านซึ่งกล่าวเอาไว้ได้ดีว่า เมื่อหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้ศึกษาหาความรู้คือให้คงความหิวไว้กับตัวสามส่วน เพื่อจะได้มีสติและมีจิตใจจดจ่อพากเพียร
หรือหมายความว่าหิวสิถึงจะดีนั่นเอง
เพียงแต่หนิงรองมาเรียนพิณโดยที่เมื่อครู่ก็บรรเลงได้ไม่เลว ย่อมแสดงว่านางน่าจะตั้งใจแล้วมิหนำซ้ำดรุณีน้อยยังอยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโตเขาจึงมีจิตเมตตา เปิดกล่องอาหารซึ่งวางอยู่บริเวณมุมโต๊ะ
ชั้นบนสุดมีขนมแผ่นท้อจานเล็ก ๆ จานหนึ่ง
เซี่ยเวยยกมาวางบนขอบโต๊ะ จากนั้นวางกาน้ำลงบนเตาไปพลางร้องเรียกเจียงเสวี่ยหนิงไปพลาง “มาดื่มชา”
นับตั้งแต่เขาเปิดกล่องอาหาร สายตาของเจียงเสวี่ยหนิงก็เคลื่อนตามไปจนแทบจะไม่ละจากขนมแผ่นท้อในจานเล็กอีกเลย
ท้องว่างเปล่า ใจคันยุบยิบ
เมื่อได้ยินเขาเรียกให้ตนดื่มชา ความคิดซึ่งผุดขึ้นมาในสมองนางเป็นอันดับแรกคือ อย่าไปนะเซี่ยเวยเป็นอาจารย์ ข้าเป็นลูกศิษย์ ต้องรู้จักแยกแยะสูงต่ำ อีกทั้งข้าก็เคยได้ยินถ้อยคำอุกอาจของเซี่ย