เวยในสมัยนั้นมาแล้ว รู้ดีว่าเซี่ยเวยไม่ชอบให้คนล่วงรู้ความลับของตัวเอง ซ้ำเซี่ยเวยยังเคยคิดจะฆ่าข้าปิดปากด้วย หากมียาพิษอยู่ในน้ำชาเล่า
ทว่าขนมแผ่นท้อก็ตั้งอยู่ตรงหน้า
สุดท้ายเจียงเสวี่ยหนิงก็ไม่อาจต้านทานความเย้ายวนอันลี้ลับนั้นได้มากมายนัก นางลุกเดินเข้าไปหา
ที่ข้าทำเช่นนี้ไม่ใช่เพราะเห็นแก่กินเสียหน่อย
เซี่ยเวยเรียกให้ข้าเข้าไปดื่มชา แล้วข้าจะขัดคำสั่งได้อย่างไรเล่าเจียงเสวี่ยหนิงกล่าว “ขอบพระคุณเซี่ยเซียนเซิง” ก่อนจะนั่งหน้าโต๊ะน้ำชา มองเซี่ยเวยแวบหนึ่ง ตามด้วยเอื้อมมือออกไปเงียบ ๆ หยิบขนมแผ่นท้อชิ้นบางเบาขึ้นมาจากจานและกัดไปหนึ่งคำ
“…”
ชั่วอึดใจที่ขนมเข้าปาก นางก็ชะงักงัน
ความยินดีปรีดาซึ่งเดิมทีเผยให้เห็นราง ๆ บนใบหน้าเองก็แข็งค้างเล็กน้อย
ทีแรกเซี่ยเวยไม่ได้สังเกต ขณะกำลังใช้ช้อนตักชาออกมาจากขวดก็เงยศีรษะขึ้นมองนางพอดี“เป็นอะไรไป?”
เจียงเสวี่ยหนิงได้สติ ส่ายหน้าในบัดดล“เปล่าเจ้าค่ะ”
แค่ต่างจากที่จินตนาการเอาไว้เท่านั้นเอง
เพียงแต่หากหยุดตรองสักหน่อยก็จะระลึกได้ว่า ขณะนี้เซี่ยเวยมีสถานะเช่นไร อีกทั้งสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่อันใด ไหนเลยตนยังคาดหวังว่าจะได้ลิ้มรสชาติอะไรบางอย่างอีกเล่า ทางที่ดีที่สุดคืออย่าเผยพิรุธ มิเช่นนั้นหากทำให้เขาดูออกแล้วไพล่นึกถึงเรื่องสมัยนั้นขึ้นมาได้ มีเพียงสวรรค์ที่ล่วงรู้ว่าเขาจะบังเกิดจิตสังหารขึ้นมาอีกหรือไม่
นางรีบก้มหน้า ค่อย ๆ เคี้ยวค่อย ๆ กล