านไปครึ่งชั่วยามกว่า เขาจึงบอกเจียงเสวี่ยหนิงว่า “ถึงความตั้งอกตั้งใจจะใช้ได้แล้ว แต่พื้นฐานยังน้อยเกินไป คนเรามักพูดว่าความเพียรพยายามจะชดเชยข้อด้อยได้ ถ้อยคำนี้ไม่ได้ถือว่าถูกต้องไปเสียหมด และไม่อาจบอกว่ากล่าวผิดด้วยเช่นกัน วันนี้พอเท่านี้ก่อน กลับไปแล้วจงอย่าละเลย นับตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปจะทดสอบทฤษฎีการเล่นพิณด้วย ให้มาตำหนักข้างแห่งนี้เวลาเดิม”
เจียงเสวี่ยหนิงโล่งใจได้เสียที ลุกขึ้นตอบรับ
ตามด้วยกล่าวอำลาเซี่ยเวย รีบถอยออกจากตำหนักข้างอย่างระมัดระวังเล็กน้อย ก่อนจะหนีจากไปไกล
เซี่ยเวยนั่งอยู่ในตำหนักข้างต่อครู่หนึ่งจากนั้นค่อยถือฎีกาฉบับนั้นออกนอกวัง
จวนตระกูลเซี่ยกับจวนหย่งอี้โหวห่างกันแค่กำแพงชั้นเดียว
สิ่งที่แตกต่างกันคือจวนหย่งอี้โหวหันหน้าเข้าหาถนน ส่วนจวนตระกูลเซี่ยหันหลังให้ถนน จวนหนึ่งหันไปทิศตะวันออก จวนหนึ่งหันไปทิศตะวันตก ทั้งสองจวนหันหลังชนกัน ดังนั้นเมื่อเขาโดยสารรถม้ากลับจวนจะต้องผ่านจวนหย่งอี้โหว ย่อมมองเห็นทหารที่รายล้อมอยู่ภายนอกอย่างแน่นหนาได้โดยง่าย แต่ละคนใช้สายตาเย็นชามองสำรวจผู้คนที่สัญจรไปมา
เพิ่งลงจากรถม้าเข้าจวนและเดินบนระเบียงเจี้ยนซูก็ปรี่เข้ามาหาเขาพร้อมพูดกดเสียงเบา“นอกจากกงอี๋เซียนเซิงแล้ว คนของเรายังบอกอีกว่าเช้าวันนี้เห็นคุณชายติ้งเฟยเดินออกมาจากบ่อนพนันเหิงหย่วน แต่สถานที่แห่งนั้นผู้คนขวักไขว่ อีกทั้งตอนนั้นพลั้งเผลอ เลยตามไม่ทันขอรับ”
เซี่ยเ