จึงรอดพ้นมาได้อย่างปลอดภัย
เจียงเสวี่ยหนิงตบหน้าอกเบา ๆ
ขณะที่เหยาซีเดินออกมาจากเรือนหยางจื่อพร้อมโหยวเย่ว์ก็เห็นนางทำท่าทางเช่นนี้เข้าพอดี ทว่าสิ่งที่คิดภายในใจกลับเป็นท่าทางของเจียงเสวี่ยหนิงขณะหมุนกายกลับไปหาจางเจอในวันนั้น ความแค้นพลุ่งพล่านในบัดดล จึงกล่าวเรียบ ๆ ออกมาว่า “คุณหนูรองเจียงไปเรียนพิณมาไม่ใช่หรือ เหตุใดกลับมาถึงทำท่าราวกับเป็นหัวขโมย คงไม่ใช่ถูกเซี่ยเซียนเซิงตำหนิมาอีกหรอกนะ?”
พอเจียงเสวี่ยหนิงหันหน้ากลับมาก็เห็นพวกนาง
หลายวันมานี้ความเป็นอริที่เหยาซีมีต่อนางค่อย ๆ เผยให้เห็นชัดเจนมากขึ้น เพียงแต่ผู้ที่แค้นนางมีตั้งมากมาย แล้วเหยาซีจะนับว่าสำคัญอันใดเล่า
ฉะนั้นจึงยังไม่ถึงเวลาต้องสนใจอีกฝั่ายเกินไปนัก
เจียงเสวี่ยหนิงได้ยินถ้อยคำเสียดสีก็ไม่โกรธใครใช้ให้วันนี้นางดีดพิณได้ไม่เลว ถึงขั้นพอจะฝืนบอกได้ว่าได้รับคำชมจากเซี่ยเวยกันล่ะ
ไม่ลอยขึ้นฟั้าก็ดีเท่าไรแล้ว
นางเลิกคิ้วพลางยิ้มแย้ม ท่าทางสบายอารมณ์ “เช่นนั้นคงทำให้คุณหนูเหยาผิดหวังแล้วสิ วันนี้ในที่สุดก็ได้แตะต้องพิณเสียที เพิ่งได้รับคำชมมาจากเซี่ยเซียนเซิงพอดีเลย วันหน้าข้าจะต้องพากเพียร เพื่อจะได้ไม่ผิดต่อเซี่ยเซียนเซิงที่อุตส่าห์อบรมสั่งสอนข้าด้วยความยากลำบาก”
คนใต้หล้าไม่แน่ว่าจะอยากเห็นสหายได้ดี แต่ย่อมยินดีจะเห็นศัตรูมีความทุกข์
หากคนที่ตนแค้นไม่มีความสุข ต่อให้มองไม่เห็น เพียงได้ยินข่าวอยู่ไกล ๆ ก็ต้องลอบสาแก่