ปลาอะไร กุ้งอะไรกันเล่า!
ต่อให้มอบความกล้าให้เจียงเสวี่ยหนิงอีกร้อยเท่า นางก็ไม่กล้ากินอยู่ดี!
เพียงแต่…
เมื่อเอ่ยถึงการกิน ภายในสมองนางก็อดผุดภาพขนมแผ่นท้อขึ้นมาไม่ได้ ถ้าหากบุรุษตรงหน้าผู้นี้เป็นฝั่ายเอ่ยปากบอกให้นางกินด้วยตนเอง ก็ใช่ว่าจะไม่ได้เหมือนกันนะ
ไม่ ไม่ ไม่ รีบลบความคิดแสนอันตรายนี้ออกไปเสีย!
เดิมเซี่ยเวยก็ถือสาเรื่องที่นางล่วงรู้ความลับเหล่านั้นของเขาอยู่แล้ว หากนางเผลอหลุดปากพูดออกมา มีเพียงสวรรค์ที่รู้ว่าคนผู้นี้จะคิดไปถึงไหนต่อไหน ถึงตอนนั้นจะกลายเป็นว่าเภทภัยหลุดจากปากตนของแท้ แบบนั้นคงย่ำแย่แล้ว
เมื่อนึกถึงตรงนี้เจียงเสวี่ยหนิงก็เผยรอยยิ้มกระดาก นางรู้สึกร้อนรนกระวนกระวาย พูดแก้ต่างให้ตนเองด้วยความระมัดระวัง “เมื่อคืนนอนที่ตำหนักองค์หญิงใหญ่ ไม่ค่อยชินสักเท่าไหร่วันนี้เลยง่วงเจ้าค่ะ…”
เซี่ยเวยคิ้วขยับเล็กน้อย “ตำหนักองค์หญิงใหญ่?”
เจียงเสวี่ยหนิงผงกศีรษะอย่างจริงใจแปลก ๆซ้ำยังชูแขนขึ้นข้างหนึ่งด้วย แขนเสื้อของชุดชาววังอันหลวมกว้างและงามตระการจึงทิ้งตัวคลี่ออก “จริงนะเจ้าคะ ท่านดูสิ ชุดนี้ก็เป็นองค์หญิงใหญ่ประทานให้ข้า”
สายตาที่ดรุณีน้อยมองเขายังแฝงความขลาดกลัวอยู่บ้าง ราวกับรู้ตัวเช่นกันว่ากระทำความผิดครั้งใหญ่ แม้จะเป็นการหาเหตุผลให้ตนเอง แต่ก็มิได้มีเจตนาจะแก้ตัวไม่ยอมรับอันใด…
เซี่ยเวยมองชุดชาววังบนร่างนาง หัวคิ้วผูกเป็นปม
ทว่าน้ำเสียงยามเอ่ยปากอ่อนลงกว่าก่อนห