น้านี้มาก “ในเมื่อนอนหลับไม่สนิท เช่นนั้นก็กลับไปนอนพักเสียเถอะ วันนี้ข้ามีธุระพอดี”
เจียงเสวี่ยหนิงยินดียิ่ง นึกไม่ถึงว่าเซี่ยเวยจะเป็นคนที่คุยง่ายเช่นนี้ นางจึงคิดจะกล่าวชมเชยเขาสักหน่อย “เซี่ยเซียนเซิงช่างเป็นผู้ที่เข้าอกเข้าใจและมีเหตุผลจริง ๆ …”
ไหนเลยจะคาดคิดว่านางยังพูดไม่ทันจบ เซี่ยเวยก็กล่าวเสริมเสียงเรียบ “วิชาที่ขาดเรียนวันนี้พรุ่งนี้ค่อยมาชดเชย”เจียงเสวี่ยหนิง “…”
ข้าควรรู้มาตั้งแต่แรกแล้ว! คนแซ่เซี่ยย่อมไม่ละเว้นผู้อื่นหรอก! เป็นข้าเองที่ด่วนดีใจเกินไป!
เซี่ยเวยเห็นถนัดตาว่ารอยยิ้มที่หยักยกบนริมฝีปากนางชะงักค้าง ความสดใสซึ่งเพิ่งปรากฏบนใบหน้าเมื่อสักครู่มืดหม่นในชั่วพริบตา ไม่รู้เพราะเหตุใดมวลเมฆดำซึ่งเคยก่อตัวภายในใจเขาจึงสลายไปเป็นอันมาก “วิธีการใช้นิ้วที่ข้าสอนวันนี้พรุ่งนี้เจ้าต้องทำให้ได้ หากทำไม่ได้…”
เจียงเสวี่ยหนิงพลันผงกศีรษะถี่รัว “ได้ ได้ ได้ต้องได้แน่นอนเจ้าค่ะ!”
เซี่ยเวยกลั้นหัวเราะ ส่งเสียง “อืม” เรียบ ๆคำหนึ่ง เดินนำหน้าออกไปจากตำหนักข้างโดยไม่สนใจใคร ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังตำหนักเฉียนชิงพร้อมขันทีที่มารายงานผู้นั้น
ครั้นเห็นเขาเดินจากไปไกลแล้ว เจียงเสวี่ยหนิงถึงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจ “ตกใจจะตายอยู่แล้ว!”
*****
จวนตระกูลเจียงในยามนี้ก็มีคนเจอเรื่องชวนตระหนกเช่นกัน
บ่ายวันนี้เมิ่งซื่อจะพาเจียงเสวี่ยฮุ่ยไปขอพรที่วัดหานซาน
ก่อนออกเดินทางพวกนางนั่งสนทนาและดื่มน้ำชาก