การเรียนพิณในช่วงนี้ โดยพื้นฐานแล้วจะเรียนวิธีใช้นิ้วมือข้างขวา ทุกครั้งหลังจากเรียนวิธีการใช้นิ้วหนึ่งวิธีก็จะถูกสอนให้ฝึกฝนกับบทเพลงพิณที่เกี่ยวข้อง เซี่ยเวยเข้มงวดกวดขันมากไม่มีผู้ใดกล้าทำอย่างขอไปที
แม้แต่เสิ่นจื่ออียังทำตัวว่านอนสอนง่ายในห้องเรียน
ยกเว้นเพียงเจียงเสวี่ยหนิง คาบเรียนวันนี้ดวงตาทั้งสองข้างของนางเบิกกว้าง ถึงอย่างไรนางก็ไม่ได้รับอนุญาตให้แตะต้องพิณอยู่แล้วฉะนั้นจึงนั่งอยู่ตรงมุมหลังสุดของแถวสาม ใช้สายตาเย็นชามองเซี่ยเวยประหนึ่งใคร่จะจ้องให้ทะลุร่าง
เซี่ยเวยไม่เข้าใจเลยว่านางคิดจะทำสิ่งใด
ยังดีที่สองคืนมานี้เจียงเสวี่ยหนิงนอนหลับพักผ่อนไม่ค่อยสนิท ดวงตาอ่อนล้าเล็กน้อยหลังจากถลึงตามองเขาอยู่หนึ่งเค่อความง่วงก็เริ่มก่อตัว ไม่นานก็ทนต่อไปไม่ไหวหาวออกมา ลำพังแค่อดทนไม่หลับตาลงไปนอนฟุบโต๊ะยังต้องใช้ความอุตสาหะถึงขีดสุด ไม่เหลือเรี่ยวแรงจะถลึงตาใส่เขาอีก
ผ่านไปอีกวิชาด้วยความง่วงงุนอีกครา
หลังเลิกเรียน ทุกคนต่างรู้ว่าเจียงเสวี่ยหนิงจะถูกเซี่ยเซียนเซิงลากตัวไปเสมอ ไม่มีผู้ใดอยากรั้งอยู่กับเขาที่นี่นานนัก พากันสลายตัวไปหมด
ส่วนเจียงเสวี่ยหนิงไม่อาจหลุดพ้น
เซี่ยเวยอุ้มพิณเดินลงมาจากแท่นด้านบนถามขึ้นมาว่า “เจ้าถลึงตาใส่ข้าทำไม?”
ยากเย็นนักกว่าเจียงเสวี่ยหนิงจะทนจนเลิกเรียนได้ ขณะกำลังจะหาวก็ได้ยินคำพูดประโยคนี้นางจำต้องฝืนระงับไว้พลางแก้ตัว “จะเป็นไปได้อย่างไรล่ะเจ้าคะ? ท่า