เจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้นอนเลยทั้งคืน ยามใกล้รุ่งถึงนึกได้ว่าต้องไปเข้าเรียนที่ตำหนักเฟิงเฉินยามฟั้าสางอีก ฉะนั้นจึงฝืนบังคับให้ตนเองลืมเลือนความไม่สบายใจที่วังหลวงแห่งนี้มอบให้แล้วงีบหลับ
แต่ก็งีบไปได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม
เรื่องอย่างการนอนตื่นสาย เจียงเสวี่ยหนิงทำในจวนได้ แต่เสิ่นจื่ออีกลับยากจะทำในวังหลวงเนื่องด้วยยิ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ กฎเกณฑ์ก็ยิ่งเข้มงวดเป็นล้นพ้น เสิ่นจื่ออีใช้ชีวิตในวังมานานหลายปี เมื่อถึงเวลาต้องตื่นก็ไม่ต้องให้นางกำนัลมาปลุก นางลืมตาขึ้นมาเอง ลุกขึ้นแล้วให้นางกำนัลปรนนิบัติดูแลการชำระล้างหน้าตา แปรงฟัน และสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ เห็นได้ชัดว่าทำจนติดเป็นนิสัยมานานแล้ว
อาจเพราะเมื่อคืนได้ร้องไห้ระบายความรู้สึกออกไปยกหนึ่ง ครั้นตื่นขึ้นมาในเช้านี้ก็กลับมากระปรี้กระเปร่าดังที่เคยเป็น มีเพียงเบ้าตาที่บวมเล็กน้อย
นางไม่เพียงล้างหน้าล้างตาด้วยตนเอง ยังสั่งให้เหล่านางกำนัลไปปรนนิบัติรับใช้เจียงเสวี่ยหนิงด้วย
คืนวานซืนเจียงเสวี่ยหนิงนอนหลับไม่สนิทส่วนเมื่อคืนก็วุ่นวายจนเหนื่อยล้ากว่าเดิมเพียงแต่ครั้นเห็นเสิ่นจื่ออีกลับมายิ้มแย้มแจ่มใสอย่างหาได้ยากยิ่ง ก็รู้สึกไม่ดีที่จะแสดงอาการผิดสังเกตจนทำลายความเบิกบานของอีกฝั่าย ด้วยเหตุนี้จึงพยายามฝืนทำเป็นลืมอาการปวดตุบ ๆที่ส่งมาจากบริเวณขมับทั้งสองข้าง ริมฝีปากประดับรอยยิ้ม สนทนากับเสิ่นจื่ออีไปพลาง รับการปรนนิบัติจากเหล่านางกำนัลไปพ