ันอยู่ภายในห้อง
เมิ่งซื่อนึกถึงถ้อยคำที่เจียงปั๋อโหยวมักใช้ปกปั้องเจียงเสวี่ยหนิงขึ้นมา ถอนหายใจเบา ๆแล้วเอ่ยว่า “เดิมทีชื่อพระสหายร่วมศึกษาที่จวนเราเสนอขึ้นไปเป็นชื่อของเจ้า ไม่รู้เพราะเหตุใดกลับเป็นลูกหนิงที่ได้ไปแทน นางติดตามหว่านเหนียง เรียนรู้จนได้นิสัยไม่ยอมคนมา วันหลังเกรงว่าจะยิ่งทำให้เจ้าอยู่ไม่เป็นสุข บัดนี้จวนหย่งอี้โหวประสบคราวอับโชค ส่วนทางด้านหลินจืออ๋องก็กำลังจะคัดเลือกพระชายา ข้าหวังเพียงว่าวันนี้เจ้าจะไปเสี่ยงเซียมซีได้ใบดีมา มีโชคดีกับเขาบ้าง”
เจียงเสวี่ยฮุ่ยที่นั่งถัดจากมารดาไม่เอ่ยวาจา
นางหลุบตา สายตาจับบนผ้าเช็ดหน้าลายปักบนตัก จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจความหมายคำพูดของเจียงเสวี่ยหนิงในวันนั้นอยู่ดี
ชั่วขณะนี้เองที่พ่อบ้านพลันวิ่งตะลีตะลานจากเบื้องนอกเข้ามาแจ้งข่าว“ฮูหยิน กงกงจากในวังมาขอรับ!”
เมิ่งซื่อกับเจียงเสวี่ยฮุ่ยแทบจะลุกขึ้นพร้อมกันเมิ่งซื่อหน้าซีด เสียงเองก็สั่น “เป็นเรื่องของราชสำนัก? นายท่านเกิดเรื่อง? หรือว่าลูกหนิงก่อเรื่องในวังหลวงอีกแล้ว?”
พ่อบ้านไหนเลยจะทราบได้
จู่ ๆ ยามนี้มีคนมาจากวังหลวง ทั้งที่ราชสำนักระยะนี้ยังไม่สงบสุขดี มิหนำซ้ำทั้งเบื้องบนจดเบื้องล่างของจวนตระกูลเจียงล้วนรู้กันดีว่าก่อนหน้านี้คุณหนูรองของตนเคยประสบเหตุระทึกขวัญในวังหลวงมาแล้วครั้งหนึ่ง ด้วยเหตุนี้จึงอดคิดไปในแง่ร้ายกันมิได้
คิดไม่ถึงว่ากงกงที่เดินเข้ามากลับมีใบหน้าเกลื่