อนรอยยิ้ม ค้อมกายคารวะกล่าวว่า“คารวะฮูหยิน คารวะคุณหนูใหญ่ ข้ารับพระบัญชาจากองค์หญิงใหญ่เล่อหยางให้มาเชิญคุณหนูใหญ่เจียงเข้าวังเพื่อเป็นพระสหายร่วมศึกษาเป็นกรณีพิเศษ ขอให้คุณหนูใหญ่เก็บข้าวของสักเล็กน้อยแล้วตามข้าเข้าวังเถิด ขณะนี้องค์หญิงใหญ่ทรงรออยู่ด้วยความร้อนพระทัยแล้ว”
ผู้ที่มาคือหวงเหรินหลี่ซึ่งถวายการปรนนิบัติรับใช้ข้างกายเสิ่นจื่ออี
เพียงแต่เมิ่งซื่อกับเจียงเสวี่ยฮุ่ยต่างไม่รู้จักเขาเมื่อได้ยินเช่นนี้จึงตกใจและสงสัยเป็นอย่างยิ่ง
เมิ่งซื่อไม่อยากจะเชื่ออยู่บ้าง “อยู่ดีไม่ว่าดีไฉนองค์หญิงใหญ่ถึงทรงเรียกตัวให้บุตรีคนโตของพวกเราเข้าวังได้เล่า?”
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ นางยังรู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้างเสียด้วยซ้ำ
“หรือว่าบุตรีคนรองของพวกเราก่อเรื่อง?”
หวงเหรินหลี่เพิ่งออกมาจากวัง เขาจึงรู้เรื่องที่เมื่อคืนองค์หญิงใหญ่ทรงรั้งให้เจียงเสวี่ยหนิงอยู่ค้างคืนด้วยเป็นอย่างดี พอได้ยินคำกล่าวนี้ของเมิ่งซื่อจึงเลิกคิ้วประหลาดใจ รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปหลายส่วน “ฮูหยินไม่จำเป็นต้องคิดมาก องค์หญิงของเราโปรดคุณหนูรองเจียงเป็นอันมาก เมื่อคืนยังทรงรั้งให้คุณหนูรองค้างคืนในตำหนักอยู่เลย เพียงแต่เช้านี้ขณะคุณหนูรองกำลังกินปิงอยู่นั้น นางก็เอ่ยขึ้นมาว่านึกถึงปิงที่คุณหนูใหญ่เป็นผู้ทำ องค์หญิงของเราทรงจดจำใส่พระทัย ทรงคาดเดาว่านางคงคิดถึงญาติพี่น้องจึงส่งข้ามารับตัวคุณหนูใหญ่เข้าวัง อีกทั้งจะได้เป็นพระ