สหายร่วมศึกษาขององค์หญิงด้วย เช่นนี้แล้วพวกท่านจะได้พบหน้ากันทุกวัน ทีนี้คุณหนูรองก็จะได้ไม่ต้องคิดออกจากวังอีก”
“…”
เมิ่งซื่อสะอึกจนพูดไม่ออกทันใด
องค์หญิงใหญ่เล่อหยางให้เจียงเสวี่ยฮุ่ยเข้าวังแต่ไม่ใช่เพราะชื่นชอบเจียงเสวี่ยฮุ่ย และไม่ใช่เพราะเจียงเสวี่ยฮุ่ยมีความรู้ความสามารถโดดเด่นเหนือผู้ใด กลับเป็นเพราะเช้าวันนี้เจียงเสวี่ยหนิงเอ่ยปากขึ้นมาประโยคหนึ่งขณะกำลังกินซูปิง
ส่วนเจียงเสวี่ยฮุ่ยยิ่งทวีความประหลาดใจ
นางรู้อยู่แก่ใจว่านับตั้งแต่เจียงเสวี่ยหนิงกลับมาเมืองหลวง อีกฝั่ายรังเกียจเดียดฉันท์ตนมากเพียงใด ไม่เคยไว้หน้าแม้แต่น้อย ทว่าบัดนี้กลับเอ่ยกับองค์หญิงใหญ่เล่อหยางถึงซูปิงที่นางทำ…
เจียงเสวี่ยฮุ่ยทำซูปิงเป็นจริง ๆ
ทว่ามีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่านางเคยยกมาให้เจียงเสวี่ยหนิง แต่เจียงเสวี่ยหนิงกลับคว่ำอาหารว่างที่นางทำลงพื้นต่อหน้าต่อตา! จากนั้นก็ยิ้มให้ด้วยท่าทางกระดากใจอย่างยิ่ง “ขอโทษด้วย เผลอทำหล่นไปเสียได้ ทำให้ความปรารถนาดีของเจ้าต้องเสียเปล่าแล้ว”
อย่างไรก็ตาม เจียงเสวี่ยฮุ่ยดึงสติกลับมาสู่สถานการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว
ความละล้าละลังของเมิ่งซื่อทำให้หวงเหรินหลี่ย่นหัวคิ้วหน่อย ๆ แล้ว
เจียงเสวี่ยฮุ่ยจึงรีบค้อมกายคารวะ “ขอบพระทัยองค์หญิงใหญ่ เสวี่ยฮุ่ยได้รับพระมหากรุณาธิคุณขององค์หญิงใหญ่แล้ว จะเก็บข้าวของติดตามกงกงไปเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”
หวงเหรินหลี่คิดในใจว่า แม่นา