งผู้นี้นับว่าหัวไว ดังนั้นจึงผงกศีรษะ สีหน้าดีขึ้นมาบ้าง
*****
ไม่ง่ายเลยกว่าเจียงเสวี่ยหนิงจะหนีพ้นภัยจากเงื้อมมือเซี่ยเวยออกมาได้ นางออกจากตำหนักข้างของตำหนักเฟิงเฉินกลับไปยังเรือนหยางจื่อ จากนั้นมุดศีรษะเข้าไปในเตียงของตนเองหลับตาแล้วหลับลึกไปทันทีโดยไม่ได้กินอาหารเที่ยงด้วยซ้ำ
จวบจนมีนางกำนัลมาขานเรียกยามบ่าย นางถึงได้ตื่นขึ้นมา
ที่แท้ช่วงนี้องค์หญิงใหญ่เล่อหยางนึกสนุกเป็นการใหญ่ เรียกให้เหล่าข้าราชบริพารในตำหนักของตนมาร่วมเล่นปาลูกดอกลงกระบอกและยังเรียกบรรดาพระสหายร่วมศึกษาจากเรือนหยางจื่อให้มาร่วมเล่นสนุกกันอีกด้วย
ทุกคนเข้าวังมาด้วยสาเหตุประการแรกคือเพื่อร่วมศึกษากับเสิ่นจื่ออี อีกประการหนึ่งก็เพื่อมาเป็นเพื่อนเล่นของนางเมื่อเสิ่นจื่ออีเป็นผู้เชื้อเชิญ ผู้ใดจะกล้าไม่ไปเล่า
เจียงเสวี่ยหนิงนับว่าได้หลับกำลังพอดี นางจึงรีบลุกขึ้นล้างหน้าล้างตา แล้วออกไปยังตำหนักหมิงเฟิงพร้อมทุกคน
เสิ่นจื่ออีพาคนเล่นกันอย่างหฤหรรษ์เต็มที่เหล่าข้าราชบริพารยากนักจะได้เห็นนางร่าเริงถึงเพียงนี้ จึงร่วมเล่นสนุกเป็นเพื่อนนาง
เมื่อเจียงเสวี่ยหนิงย่างเข้าไปในตำหนัก มุมปากก็กระตุก
ไม่รู้ว่าเสิ่นจื่ออีไปเรียนรู้ลวดลายมาจากที่ใดเนื่องด้วยบนใบหน้าของข้าราชบริพารบางคนยามนี้มีแถบกระดาษยาวแปะอยู่ นางถึงขั้นใช้พู่กันจุ่มหมึกมาวาดจนใบหน้าคนเหล่านั้นลายพร้อย ส่วนบางคนก็มีท่าทางหมด อาลัยตายอยาก เห็นชัดว่าต่างพ่า